Ultima Life

Ultima Life
2 ตัวจ่ายบาทละ 92 เต็งจ่ายบาทละ 800 แทงง่าย จ่ายไว เล่นได้ทุกวัน ดีจริง ๆ เลย มีทั้งหวยรัฐบาล หวยหุ้น หวยต่างประเทศ จับยี่กี ฯลฯ

fingo คืออะไรเอ่ย

fingo คืออะไรเอ่ย



Fingo คืออะไรกันแน่


ฟินโก้ (Fingo) เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ช ( e-commerce)
ที่เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ออนไลน์ให้คุณได้จับจ่ายสั่งซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือถ้าคุณนึกไม่ออกคุณก็ลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าไปดูแอพ
ช้อปปิ้งสักอัน เช่น Shopee กับ Lazada นั้นแหละครับ ไอเจ้า
fingoคือแอพซื้อของออนไลน์นั้นเอง ซึ่งคุณอาจจะเคยเห็นตัวอย่างอย่าง shopee
ที่เอาคริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์
เพื่อให้คนอย่างเราๆหันมาใช้แอพ แต่ fingoคือ นั้นแตกต่าง fingoคือ
จะไม่ใช้การจ้างพรีเซ็นเตอร์มาโฆษณาแอพ
แต่เขาทำการตลาดแบบให้คนที่ใช้อยู่นั้นชวนคนมาใช้เพิ่มต่อๆ
แล้วยิ่งเพื่อนมาใช้ fingoคือ ยิ่ง เยอะเท่าใหร่
รายได้ของเราก็จะเยอะขึ้นเท่านั้น เสมือนเราเป็นหุ้นส่วนกับ fingoคือ
เลยทีเดียว ยิ่งซื้อยิ่งได้ส่วนลด ยิ่งบอกต่อเพื่อนยิ่งมีรายได้
ทุกอย่างนี้ fingoคือ ทำเพื่อขยายตลาดให้มีคนรู้จักแอพมากขึ้น
เพราะสินค้าใน fingo ทั้งราคาถูกและคุณภาพสมราคา




ลงทะเบียนฟรีที่นี่ https://web.publicecommerce.com/shareInvite?shareCode=W4WUNA&lang=th

สมัครสมาชิก fingo

สมัครสมาชิก fingo



ถ้าคุณบอกว่าคุณทำไม่ได้...
ขอถามกลับว่า...คุณได้ให้โอกาสตัวเองได้ลองทำหรือยัง?
"ความสำเร็จ" ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "อายุ"
แต่ขึ้นอยู่กับ "ความคิด"

เช้านี้ ณัฏ ขอแสดงความยินดี กับคุณยายวัย 80 ปี จากจังหวัดพิษณุโลก ท่านชื่อคุณยาย "สมศรี  บุรุษชาต" ที่โหลดแอพ Fingo สร้างธุรกิจบนมือถืออยู่ที่บ้าน และประสบความสำเร็จ ขึ้นตำแหน่งนักธุรกิจระดับ AM หรือ Affiliate Marketer มีรายได้หลักหมื่นต่อเดือน ในระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือน

ขอชื่นชม และปรบมือรัวๆ ให้คุณยายสมศรี ค่ะ
คนขี้เกียจอายุสั้น...คนขยันอายุจะยืน

สมัครสมาชิก fingo

สมัครสมาชิก fingo



🎉Fingo คือ แอพพลิเคชั่นอีคอมเมิร์ชสำหรับขายสินค้าออนไลน์ ในลักษณะเดียวกับลาซาด้า หรือ Shoppee   ซึ่งใน Fingo App จะมีสินค้ามากกว่า 30,000 รายการ(เป้าหมาย 100,000รายการ) มีหลากหลายๆ กลุ่ม ให้กับนักช็อปได้เลือกสรร ตามความชอบใจ สินค้าราคาสบายกระเป๋าตรงจากโรงงาน

📌Fingo เปิดโอกาสให้ผู้สนใจมีรายได้เพิ่ม โดยให้ช่วยโปรโมท ช่วยทำการตลาดให้กับแอพ แล้ว Fingo จะแบ่งรายได้จากการขายสินค้าให้ 10-15.6% ของยอดซื้อที่ผ่านลิ้งค์โค้ดของเรา

🍀สนใจขอรับลิ้งค์โค้ด ง่ายๆ เพียงซื้อสินค้าในหมวด Classicle 1599฿ หนึ่งอย่างครั้งเดียว ( มีแถมฟรีคูปองส่วนลด 1,500฿ใช้ได้ 6 เดือน )

**ถูกต้องตามกฏหมาย
**ไม่ใช่ธุรกิจเครือข่าย
** ไม่บังคับบยอดซื้อ
** ไม่ต้องรักษายอด
** ไม่มีการลงทุนเพิ่มใดๆ อีก ซื้อ1,599฿ เพียงครั้งเดียวสามารถสร้างรายได้ตลอด

วิธีทำรายได้จากแอปพลิเคชั่นฟินโก

วิธีทำรายได้จากแอปพลิเคชั่นฟินโก

เมื่อคุณกลายเป็นนักช้อปที่ต้องการ (ps)
คุณมีสิทธิ์ที่จะไปในระดับถัดไปซึ่งเป็นพันธมิตรการตลาด (am)
ผู้ฝึกสอนพันธมิตรต่อไป (at)...
คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่เริ่มต้นด้วยขั้นตอนแรกที่ต้องการ!

จุดคืนเงิน
มีคะแนนคืนเงินสำหรับการซื้อของคุณเองถึง 10 % ของมูลค่าสุดท้ายของสินค้าที่คุณซื้อ

บัตรกำนัลฟรี
มีบัตรกำนัลทั้งหมด rm199 หรือมากกว่านั้น

จุดคืนเงิน 10 %
รับคะแนนคืนเงินคืนสูงสุด 10 % จากสมาชิกในทีมโดยตรงของคุณ

โบนัส rm50 rm50
หากนักช้อปของคุณอัปเกรดเป็นนักช้อปที่ต้องการคุณจะได้รับเงินคืน / โบนัส rm50 one-off สำหรับแต่ละอัน

ถอนคะแนน
ถอนคะแนนเข้าบัญชีธนาคารทุกวันอังคารด้วยคะแนนขั้นต่ำ 10 คะแนน


ด้วยการอัพเกรดสมาชิกฟรีที่มาจากนักช้อปเพื่อเลือกช้อปเช่นคุณเปิด
e-hypermart e-hypermart ของคุณเองแต่ทั้งหมดได้รับการจัดการโดย fingo

งานธุรกิจของคุณแค่แชร์ลิงก์พันธมิตรของคุณเพื่อเพลิดเพลินกับระดับรายได้ต่อไปของคุณ!!

fingo คืออะไร

มารู้จัก Fingo กันว่าคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมถึงเป็นธุรกิจที่มาแรงสุด ๆ ในรอบหลายปี

        E-COMMERCE
ได้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการค้าปลีก
เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เผชิญกับความท้าทายของยอดขายที่ชะลอตัว
และความต้องการในการปรับตัว
ส่วนค้าปลีกดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็วก็ดูเหมือนว่าจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากวิวัฒนาการของอีคอมเมิร์ช

        Fingo
คือผู้ให้บริการ e-commerce
ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่กล่าวว่ามีรูปแบบธุรกิจเทรนด์ใหม่
เป็นที่คาดหวังของทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภคที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด

        Dong Fang ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท กล่าวว่า Fingo เป็นแพลตฟอร์มโซเชี่ยลอีคอมเมิร์ซที่ได้รับความนิยมในประเทศจีนต้องขอบคุณบริษัทต่าง ๆ เช่น Yunji และ Beidian ที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ที่เป็นต้นแบบแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยอาศัยสังคมในสื่อโซเชียลเหล่านี้ทำงานบนโมเดลการจัดการการค้าปลีกใหม่ที่รู้จักในชื่อรุ่น S2B2C (จัดหาเพื่อธุรกิจกับลูกค้า)

        เช่นเดียวกับ Yunji ฟินโก้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เป็นสมาชิก
ผู้ค้าสามารถเข้าถึงเครือข่ายผู้บริโภคที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ซึ่งช่วยให้พวกเขารวบรวมข้อมูล
และข้อเสนอแนะที่จะทำให้พวกเขามีความคิดที่ดีขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา
ในทางกลับกันผู้บริโภค
หรือสมาชิกได้รับการสนับสนุนให้เครือข่ายเติบโตด้วยการแบ่งปันลิงก์ผลิตภัณฑ์
และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ใหม่ พวกเขาช่วยในการซื้อ
และขายผลิตภัณฑ์และจะได้รับรายได้ตามแผนการตลาดของFingo เมื่อผู้อื่นใช้ลิงก์แนะนำ

        ซึ่ง
Dong Fang อธิบายว่าปัจจุบันนี้รวมสื่อสังคมออนไลน์
และองค์ประกอบอีคอมเมิร์ซ แม้ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
แต่จะใช้รูปแบบการแบ่งปัน และการตลาดแบบกลุ่มเพื่อทำตลาดผลิตภัณฑ์
สำหรับผู้ค้าบนเว็บไซต์





        ฟินโก้ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคจากประเทศจีนรวมถึงแบรนด์ท้องถิ่นที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ Dong Fang กล่าวว่ามีศักยภาพที่ไม่ใช่เฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น
และเขามั่นใจว่าจะสามารถแข่งขันกับอีคอมเมิร์ซใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาได้
เนื่องจากสังคมรุ่นใหม่ของผู้บริโภคที่มีความเข้าใจในโซเชียลมีเดีย
และเข้าถึงกันมากขึ้น ซึ่งเขามีความทะเยอทะยานที่ชัดเจน ที่จะทำให้ fingo เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และการตลาดที่โดดเด่นสำหรับ SMEs ในภูมิภาคอาเซียนนี้

       
โดยบริษัทเริ่มมีการเจรจาในปีนี้เพื่อระดมทุนใหม่สูงถึง 100
ล้านเหรียญสหรัฐ (4,419 ล้านบาท) เพื่อช่วยขยายธุรกิจไปสู่ตลาดอื่น ๆ
อย่างน้อย 6 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน นายดงกล่าว
โดยตั้งเป้าหมายการลงทุนจากเมืองหลวงของจีน (VC) และกองทุนอื่น ๆ
ที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
        Dong Fang และ เมสซี่ วังหนาน ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Fingo ปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ในขณะที่ VC ในจีนถือหุ้นอยู่ด้วย

       
บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจในมาเลเซีย และสิงคโปร์เมื่อกลางปีที่แล้ว
การขยายเข้าสู่ประเทศไทย เวียดนาม
และอินโดนีเซียจะเริ่มในปีนี้ตามด้วยฟิลิปปินส์ในปลายปี เป็นเป้าหมายต่อไป
ปัจจุบันฟิงโก้มีสมาชิกมากกว่า 500,000 รายในมาเลเซียเพียงอย่างเดียว
และคาดว่าจะมีมากกว่า 1,000,000 คนภายในสิ้นปีนี้แน่นอน

       
ดงยังกล่าวต่อว่า บริษัทลงทุนประมาณ 100 ล้านหยวน (58 ล้านริงกิต)
ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
เพื่อตั้งค่าการดำเนินงานทั้งหมดรวมถึงการดำเนินการสนับสนุนด้านไอทีในหางโจว
และแอพอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มการปฏิบัติการมือถือมาเลเซีย

       
เขาเสริมว่ามาเลเซียสร้างฐานที่ดีให้กับฟินโก้เนื่องจากประชากรมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูกกว่า
และมีอัตราการขยายตัวที่สูงสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
การดำเนินการที่นี่จะช่วยให้บริษัท มีฐานกลยุทธ์เพื่อเจาะตลาดหลัก ๆ
ในอาเซียนในที่สุด

        หางโจว
ยังคงเป็นศูนย์กลางการสนับสนุนด้านไอทีที่เป็นที่นิยมเนื่องจากเมืองนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางอีคอมเมิร์ซ
มีสำนักงานใหญ่ของอาลีบาบา
และเมืองที่อยู่ใกล้กับซัพพลายเออร์สินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งส่วนใหญ่มีโรงงานในภูมิภาค
เพิ่มความสะดวกให้กับฟินโก้เป็นอย่างดี




       
ในขณะที่หลายคนเห็นว่าปัจจุบันเป็นยุคทองของอีคอมเมิร์ซ
แต่นายตงตั้งข้อสังเกตว่า อุตสาหกรรมมีการแข่งขันสูงในเกือบทุกด้าน
แต่ด้วยข้อมูล
และกลยุทธ์ที่เหมาะสมเขาบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับเว็บไซต์ร้านค้ารายย่อยที่จะสามารถสร้างความก้าวหน้าเติบโตได้

       

ฟินโก้ได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อีคอมเมิร์ซที่นี่ด้วยแนวคิดการค้าปลีก

แต่ต้องขจัดอุปสรรคบางประการหลังจากการเปิดตัวครั้งแรกในมาเลเซียในเดือนกรกฎาคม
Fingo ได้รับความประหลาดใจอันไม่พึงประสงค์
มีการร้องเรียนจากสาธารณะที่ไม่คุ้นเคยกับรูปแบบ
และการเรียกร้องให้อยู่ห่างจากเว็บไซต์ แต่นายดงยืนยันว่า Fingo
ได้รับการอนุมัติที่จำเป็นในการใช้งานแพลตฟอร์ม บริษัทยังอธิบายรูปแบบ
และได้รับรองจากทางการสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ชแนวใหม่ “ แพลตฟอร์ม B2C
ของเราไม่ต้องการให้ตัวแทน หรือลูกค้าที่เข้ามาร่วมทำธุรกิจ
รับภาระในการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งหมดรวมถึงบริการหลังการขาย
และคอลเลกชันทั้งหมดได้รับการจัดการโดย Fingo
เราเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ผู้เข้าร่วมทำธุรกิจทำหน้าที่เพียงแค่แชร์ลิงค์อ้างอิงเท่านั้น”
เขากล่าว




        ฟินโก้เชื่อว่าประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่อยู่ในจุดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอีคอมเมิร์ซคล้ายกับที่จีนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมื่ออาลีบาบาเป็นผู้บุกเบิกการยอมรับการค้าออนไลน์ในประเทศเป็นครั้งแรก
นายดงซึ่งใช้เวลา 13 ปีกับ Alibaba group กล่าวว่า
อาเซียนรวมถึงมาเลเซียนำเสนอบริษัท
ด้วยโอกาสมากมายในการแนะนำบริการของบริษัท
เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของภูมิภาคนี้ดองชี้ไปที่มูลค่าของตลาดจี
ซึ่งขนาดตลาดของภาคธุรกิจเพื่อสังคมของจีนคาดว่าจะสูงถึง 2.07 ล้านล้านหยวน
(1.2 ล้านล้านริงกิต) ในปี 2562 เพิ่มขึ้น 63.2%
เมื่อเทียบเป็นรายปีจากการใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือในการเข้าถึงสื่อสังคมที่เพิ่มขึ้น

       

หนึ่งในเหตุผลที่การค้าในวงสังคมโซเชี่ยลกลายเป็นแรงผลักดันสำหรับอีคอมเมิร์ซเนื่องจากการเติบโตของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ
ด้วยผู้คนจำนวนมากที่ใช้โทรศัพท์มือถือ
และแท็บเล็ตของพวกเขาในการช้อปปิ้งออนไลน์ การซื้อของกลุ่มได้รับแรงฉุด
และผลักดันการเติบโตของอีคอมเมิร์ซบนแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์

        อย่างไรก็ตามเขาตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละตลาดในภูมิภาคมีลักษณะเฉพาะของตัวเองซึ่งหมายความว่า fingo จะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังกับแต่ละตลาด เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริโภคชาวมาเลเซียชื่นชอบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และเป็นส่วนตัว

       
ปัจจุบันกว่า 80% ของผลิตภัณฑ์ของ Fingo
ที่ระบุไว้บนแพลตฟอร์มมาจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของอาลีบาบา Tmall และ
Taobao แต่ดงคาดว่าเมื่อเวลาผ่านไปกว่า 60%
ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะมาจากผู้ค้า และธุรกิจจากภายในอาเซียน
เขาเสริมว่าผู้ประกอบการท้องถิ่นหลายคนกำลังคิดที่จะเริ่มต้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
และนี่อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเขา

        ศักยภาพอีกอย่างที่
บริษัท คาดหวังว่าจะได้รับคือ การเปิดตลาดการค้าข้ามพรมแดนสำหรับ SMEs
ในภูมิภาค เมื่อเทียบกับรูปแบบอีคอมเมิร์ซดั้งเดิม
สาระสำคัญของอีคอมเมิร์ซออนไลน์
คือการใช้ประโยชน์จากบทบาทของผู้บริโภคในกระบวนการขาย
ผ่านการกระจายอำนาจของลูกค้า และบริการธุรกิจจะมีการเข้าถึงตลาดที่ดีขึ้น
ด้วยการตัดสินใจที่กล้าหาญในการทำให้มาเลเซียเป็นฐาน Fingo
ตั้งเป้าที่จะเป็นตัวเร่งให้เจ้าของธุรกิจยอมรับการเปลี่ยนแปลงไม่เพียงแต่ในการขายสินค้าและบริการเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงวิธีการที่ธุรกิจสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง

       
รูปแบบธุรกิจอีคอมเมิร์ชเพื่อสังคมของฟินโก้ได้รับการดึงดูดจากลูกค้ารายใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
ในขณะที่การแข่งขันจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้น นายดงกล่าวว่า "ด้วยข้อได้เปรียบของ
Fingo จะทำให้เราเติบโตเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคนี้แน่นอน
ตามรอยความสำเร็จของอาลีบาบาซึ่งเขาทำได้มาแล้ว แต่กับ Fingo
ก็เปรียบเสมือนอาลีบาบายุคใหม่ที่มาในรูปแบบ Social E-commerce นั่นเอง
"





สถานะ : Public






วิธีทำรายได้จากแอปพลิเคชั่นฟินโก

วิธีทำรายได้จากแอปพลิเคชั่นฟินโก

เมื่อคุณได้ลงทะเบียน
และดาวโหลดแอพฟินโกเรียบร้อยแล้ว
คุณก็สามารถเข้าไปเลือกช้อปปิ้งสินค้าในแอปพลิเคชั่น
ที่มีทั้งสินค้าขายปลีก และขายส่ง
ในราคาถูกเป็นพิเศษเพราะสั่งตรงมาจากโรงงาน ทั้งนี้ fingo
ยังมีโปรโมชั่นโปรโมทการขายในรูปแบบต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น flash sale,
สินค้าลดครึ่งราคา, สินค้า 10 บาทรวมกลุ่มซื้อ ฯลฯ
ซึ่งจะหมุนเวียนกันมาเป็นประจำเพื่อสนองความต้องการของนักช้อปออนไลน์โดยเฉพาะ
และที่สำคัญนอกจากคุณจะได้เลือกซื้อสินค้าในราคาถูกแล้ว
คุณยังสามารถสร้างรายได้จากการใช้งาน application fingo ได้อีกด้วย
โดยการอัพเกรดตัวเองจากนักช้อปทั่วไปเป็น Preferred Shopper
(PS) ซึ่งจะได้รับลิงค์ร้านค้า และสินค้าทุกชิ้นในร้าน
เป็นโค้ดแนะนำของคุณ เพื่อนำไปแชร์ รับเงิน Cash back
และค่าให้คำปรึกษาในการเปิดร้านค้าออนไลน์สาขาใหม่ ๆ




การ upgrad
สมาชิกจากนักช้อปปิ้ง เป็น PS นั้น
คือการเลือกซื้อสินค้าในหมวดของขวัญเพียง 1 ชิ้น มีตั้งแต่ราคา 899 บ.
จนถึง 1,599 บาท ซึ่งนอกจากจะได้สินค้าที่เลือกแล้ว
ยังได้รับคูปองส่วนลดมูลค่า 1,500 บาท ไว้สำหรับช้อปปิ้งในครั้งต่อ ๆ ไป
พร้อมทั้งจะได้โค้ดแนะนำที่สามารถนำไปแชร์เพื่อสร้างรายได้ต่อไป

*ในกรณีเลือกซื้อสินค้าอัพเกรดที่ราคาไม่ถึง 1,599 บาท ภายในระยะเวลา 2 ปี
คุณต้องช้อปปิ้งสินค้าในแอพฯ หมวดหมู่ใดก็ได้ให้ครบยอด 1,599 บาท เช่น
เลือกอัพเกรดสินค้าราคา 1,099 บาท ก็ต้องหาซื้อสินค้าอื่น ๆ อีก 500 บาท
ภายใน 2 ปี เป็นต้น

moomall app แพลตฟอร์มธุรกิจห้างสรรพสินค้าออนไลน์

shopee central moomall lazada shopat24

moomall app แพลตฟอร์มธุรกิจห้างสรรพสินค้าออนไลน์

เข้าสู่ปี 2020 เป็นปีที่เราต้องเข้าใจคำว่า Digital Disruption ให้ชัดเจนมากขึ้น
โดยเฉพาะนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ต้องเข้าใจความท้าทายในรูปแบบใหม่
ที่กำลังจะเกิดขึ้นในทุกๆวงการ อาชีพดาวรุ่ง อาชีพดาวร่วง
จะเกิดขึ้นอีกมากหากเราไม่ปรับตัวและยังใช้รูปแบบเดิมๆ
จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในยุคนี้

Disruption ถ้าแปลแบบตรงตัวก็คือ “หยุดชะงัก” ดังนั้น Digital Disruption
ก็คือสภาวะที่ธุรกิจถูกทำให้หยุดชะงักในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด, การไม่พัฒนาในตัวองค์กร
หรือการมี “Disruptive Challenge” (ผู้เข้ามาแข่งขันในธุรกิจในยุคดิจิทัล)
เป็นต้น
ปัจจัยเหล่านี้ได้เข้ามาในโลกธุรกิจมากขึ้นและทำให้เกิดการสั่นสะเทือนในวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก
ตัวอย่างธุรกิจที่ถูก Disruption ที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น
Amazon, Alibaba , Netflix, Hulu Plus, Spotify
ทำให้วงการสื่อและวงการบันเทิง หรือแม้แต่การค้าขายต้อง “หยุดชะงัก”
โดยเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่เหล่านี้
เข้ามาเปลี่ยนวิถีการเข้าถึงของผู้บริโภค
และสร้างรายได้จากการลงโฆษณาของผู้ที่จะโฆษณาในแพลตฟอร์มนั้น ๆ

แล้ว Digital Disruption คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

Digital Disruption เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกวงการในยุคปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมต่างๆ, การศึกษา, การเงินการธนาคาร
และอื่นๆอีกมากมาย ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องใกล้ตัวเรา
ทำให้ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งการที่ปรับตัวให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้นต้องอาศัยการใช้เทคโนโลยีต่างๆไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีในการสื่อสาร
เทคโนโลยี Cloud, Big Data, Robotics, Machine Learning, AI และอื่นๆ
เข้ามาช่วยในการทำธุรกิจ แต่อาศัยเพียงแค่เทคโนโลยีนั้นไม่เพียงพอ
วิสัยทัศน์ของผู้นำในองค์กรก็เป็นสิ่งสำคัญ Disruption
สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน
จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการสร้างสิ่งที่แตกต่างจากผู้นำตลาด
หรือบรรดาคู่แข่งในตลาดที่มีอยู่ ซึ่งแน่นอนว่า "ถ้าคุณทำสำเร็จ"
จะส่งผลกระทบทำให้ผู้นำตลาดในทุกๆ อุตสาหกรรมจะต้องพบกับความท้าทายใหม่
ในการตัดสินใจครั้งใหญ่เกี่ยวกับอนาคตขององค์กร
ว่าจะมีแนวทางในการเดินหน้าธุรกิจอย่างไรต่อไป
ที่จะต้องแข่งขันกับองค์กรขนาดเล็ก แต่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ
ที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการทำงาน และกำลังก่อตัวเพื่อจะเข้ายึดพื้นที่
Market Share ของอุตสาหกรรมนั้นๆ
ทำให้องค์กรเดิมที่มีอยู่จะต้องเกิดปัญหาและอุปสรรคในการทำธุรกิจอย่างแน่นอน
ถ้าหากยังดำรงอยู่ในตลาดในรูปแบบเก่า ใช้วิธีการแบบเดิมๆ ทำการตลาดแบบ
Traditional Marketing ทั่วๆ ไป
เมื่อถึงวันหนึ่งถ้าหากไม่แข็งแรงพอก็คงจะต้องล้มหายตายจากไปได้อย่างง่ายๆ
เหมือนกัน เพราะมันไม่ใช่ยุคของ "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" แต่มันเป็นยุคของ
"ปลาเร็วกินปลาช้า"

แต่ถ้าหากคุณจะสู้กันด้วยรูปแบบวิธีการดำเนินการแบบเก่า
สิ่งที่จะต้องคำนึงคือเมื่อคุณต้องการจะนำสินค้าเข้าสู่ตลาด
สินค้าของคุณจะต้องเป็นสินค้าที่ไม่อยู่ในตลาด
ต้องเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว "Unique" ต้องซื้อกับคุณเท่านั้น
เป็นสินค้าที่ไม่มีอยู่ในตลาด เพราะถ้าหากคุณขายสินค้าที่มีอยู่
แน่นอนว่า..ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา ช่องทางการจำหน่าย และอื่นๆ
ผู้นำตลาดจะมีกำลังอำนาจทางการตลาด และงบประมาณที่มากกว่า
ซึ่งยากที่จะเป็นคู่แข่งเข้าไปต่อกร "ถ้าหากคุณไม่เจ๋งจริง"

ดังนั้นธุรกิจที่มีอยู่เหล่านี้จะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว
ไม่อย่างนั้นถ้าธุรกิจที่ไม่แข็งแรงจริง
ก็เสี่ยงที่จะต้องถูกเขี่ยออกจากธุรกิจไปทั้งๆ ที่เคยเป็นผู้นำตลาด
ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก Digital Disruption
ที่ทำให้ธุรกิจอย่างการบริการแท็กซี่ต้องหยุดชะงัก เช่น Grab Taxi
ในประเทศไทย
ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเรียกใช้บริการในการเรียกรถแท็กซี่ได้ง่ายมากขึ้น
โดยผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ
ทำให้ผู้บริโภคสามารถเรียกใช้บริการได้อย่างง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น
และยังมีอีกหลากหลายธุรกิจที่กำลังถูก Disruption

ควรปรับตัวอย่างไรดี? สำหรับนักการตลาด Digital Disruption มาถึง

ในยุคปัจจุบันปรากฎการณ์ Digital Disruption
เป็นสิ่งที่ทุกแวดวงต่างต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นแวดวงอุตสาหกรรม ธุรกิจ
แม้กระทั่งการศึกษา การ Disrupt
อยู่รอบตัวเราและพร้อมจะเข้ามาส่งผลกระทบกับตัวเราทุกขณะ
คุณสามารถเลือกได้ว่า เป็น ผู้ถูก Disrupt หรือจะเป็น Disruptive
Challenger เพราะฉะนั้นการที่คุณมีกลยุทธ์ที่หลากหลาย
จะเป็นวิธีที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเหนือคู่แข่ง
ถ้าหากคุณอยากเป็นผู้นำทุกด้านของการทำการตลาด

ธุรกิจ Digital Disruption ด้วย Marketplace Model ตลาดกลางนัดผู้ซื้อ และผู้ขายมาเจอกัน

ใช้หลักการอุปสงค์ และอุปทาน ในสมัยก่อนที่จะมีอินเทอร์เน็ต
พ่อค้าคนกลางที่คอยรับซื้อสินค้ามาให้กับผู้ขาย
แต่ในโลกปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไป
เปลี่ยนมาเป็นตลาดกลางที่เป็นแหล่งให้ผู้ซื้อสินค้าและผู้ขายมาเจอกัน
หรือที่เรารู้จักกันในนาม Marketplace ซึ่งรูปแบบตลาดกลางนั้นมีหลายแบบ เช่น
E-Commerce เช่น Lazada, Shopee, 11Street, Amazon ฯลฯTransportation เช่น
Uber, Grab ฯลฯLogistics เช่น GiztixGame & Software เช่น Steam,
OriginPicture & Video เช่น Shutterstock, Getty Image ฯลฯ
จะเห็นได้ว่าโมเดลธุรกิจในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไปมาก
โดยปัจจัยทางด้านเทคโนโลยีนั้น เป็นตัวแปรลำดับแรกที่ทำให้เกิดการ
Disruption แล้วคุณจะรับมือได้แค่ไหน? อย่าปล่อยให้องค์กรของคุณโดน Digital
Disruption แต่ควรเติบโตไปพร้อมๆ กันจะดีกว่า

วันนี้ได้รู้จัก application moomall ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนหน้า เป็น
Social E-commerce ที่จะมาสั่นวงการ e-commerce เกือบทุกค่าย
ด้วยพลังของเครือข่ายของผู้บริโภค
การเปลี่ยนรายจ่ายในชีวิตประจำวันให้เป็นคะแนน
และสร้างรายได้มหาศาลจากการรวมพลังอำนาจการจับจ่ายใช้สอยของทุกครัวเรือน
ทั้งภาคครัวเรือนรวมไปถึงภาคอุตสาหกรรม และระบบ Share marketing
การดึงธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก เข้ามาสู่ระบบแพลตฟอร์ม
ทำให้สมาชิกเสมือนเป็นเจ้าของทุกธุรกิจโดยไม่ต้องลงทุน
เพียงแค่คุณเป็นสมาชิกของ moomall และแนะนำเพื่อนมาใช้จ่ายผ่านแอพ
ทุกการจับจ่ายใช้สอยจะเก็บเป็นคะแนน และคำนวนเป็นรายได้กลับไปให้คุณในทุก ๆ วัน

moomall app เหมาะสำหรับทุกคนทั้งผู้บริโภค และหากวันนี้คุณอยากมีธุรกิจโดยไม่ต้องลงทุนเอง และคุณต้องการมีฐานลูกค้า ผ่านระบบการตลาดออนไลน์ที่ทรงประสิทธิภาพ

moomall ตอบโจทย์นั้นได้ทุกความต้องการ
คุณจะมีสมาชิกที่ต้องการซื้อสินค้าผ่านแอพเพื่อเก็บคะแนน
และคำนวนเป็นรายได้ เป็นการสร้างรายได้จากรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งทาง
moomall ได้มี partner เข้าร่วมมากมาย
ย่อห้างสรรพสินค้ามาไว้ในมือถือของคุณ การสร้างระบบดรอปชิฟให้แม่ค้าออนไลน์
สามารถมาใช้ระบบและลูกค้าสามารถสั่งผ่านแอพ และทางมูมอลจัดส่งให้อย่างมืออาชีพ


หากคุณเป็นนักธุรกิจที่มองเกมขาด
คุณจะรู้ว่านี่คือแหอันใหญ่ที่จะกวาดลูกค้ามาอยู่ในมือคุณได้ไม่ยาก
คุณสามารถเสมือนเป็นเจ้าของธุรกิจได้ครบทุกหมวดหมู่โดยที่ไม่ต้องลงทุนเองแม้แต่บาทเดียว
แต่คุณจะรับรายได้จากสมาชิกที่เข้าไปจับจ่ายใช้สอยผ่านระบบได้อย่างมหาศาล
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณสามารถเข้ามาเป็น partner joint venture
กับmoomall ได้ คุณจะประหยัดงบทางการตลาด
และมีฐานลูกค้าจากการสมัครสมาชิกของ moomall
ที่เราทุกคนได้แนะนำเข้ามาสู่ระบบ หลายคนกลัวธุรกิจเครือข่าย
กลัวการต้องไปชวนคน กลัวการตลาดMLM แต่เราลืมนึกไปว่า
การทำธุรกิจเราเองก็ต้องชวนลูกค้า ดึงลูกค้า
ชูจุดขายมากมายเพื่อให้มาอุดหนุนร้านเรา และจึงเป็นที่มาว่า บริษัท
และห้างต่างๆ จึงใช้ระบบให้ท่านสมัครเป็นสมาชิก
ซึ่งนั่นก็คือกาสร้างระบบเครือข่ายฐานลูกค้าที่บริษัทต้องการดึงให้คุณต้องมาซื้อและใช้บริการ

พลังของเครือข่ายเป็นพลังที่ทรงประสิทธิภาพ
ทุก ๆ ธุรกิจล้วนแล้วต้องมีเครือข่ายที่แน่นพอจึงจะประสบความสำเร็จ
และวันนี้การทำเครือข่ายธุรกิจ social E-commerce ในรูปแบบใหม่
คือการที่เราไม่ต้องลงทุนเองแต่มีสินค้าขาย
การรักษายอดโดยเอารายจ่ายในชีวิตประจำวันมาใช้คำนวน
รายได้ที่ทวีคูณจากการแนะนำเพื่อนมาใช้จ่ายผ่านระบบแอพ moomall ห้างสรรพสินค้าออนไลน์

partner ที่เข้าร่วมกับ moomall แล้วมีมากมาย
สินค้ามีให้เลือกทุกหมวดหมู่จาก ห้าง Foodland /สินค้าในแคตตาลอกของ 7-11 /
The pizza /MK / License owner Disney /สนามกอล์ฟอัลไพน์ โรงแรม ร้านอาหาร
สปา และบริษัทการท่องเที่ยว สินค้าแม่และเด็ก
และช่วงนี้เป็นโอกาสทองที่เราสามารถเชิญร้านค้า เจ้าของธุรกิจมาร่วมได้
หากท่านใดสนใจนำธุรกิจท่านลงระบบติดต่อเข้ามาได้เลย
เป็นการตลาดในอุดมคติแบ่งปันรายได้จากรายจ่ายของสมาชิก
และการช่วยกันอุดหนุนทุกกลุ่มธุรกิจที่มาอยู่รวมกันบนแพลตฟอร์มเดียวกัน
บอกได้คำเดียวว่า "สุดยอดมาก"

Wind of Change การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นทางรอดของธุรกิจ คือการจับมือกัน ใช้ประโยชน์จาก Digital Disruption และเราจะเจอโอกาสอีกมากมายจากการใช้แพลตฟอร์มร่วมกัน ก้าวขึ้นมาเป็น Disruptive challenger



รู้แล้วจะนอนไม่หลับ เพราะแค่คลิกทุกอย่างก็เป็นเงินทันที
ทุกการใช้จ่ายกลับคืนมาเป็นรายได้ของเรา ทั้งหมดนี้เขียนสรุปมาอย่างย่อ ๆ
จากงานประชุมเมื่อวานนี้ เนื้อหาเชิงลึก ต้องฟังและเรียนรู้ไปด้วยกัน
..เรียนรู้ระบบ รู้ทางลัด รู้ทางรอด เพียงท่านอายุ 18+
ท่านสามารถสร้างรายได้จากระบบ moomall ลงทุนมือถือ 1 เครื่อง
(ซึ่งทุกคนมีอยู่แล้ว) แค่แนะนำเพื่อนให้โหลดแอพ สมัครสมาชิกมูมอลผ่านแอพ
และซื้อของผ่านมือถือจากร้านค้าที่ร่วมเป็น partner กับ moomall เท่านั้น
ท่านจะมีรายได้อย่างคาดไม่ถึง

moomall กำลังจะเปิด application ให้โหลดเดือนหน้า
ใครอยากสมัครเป็นสมาชิกติดต่อได้ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สมัครได้ทั้งผู้บริโภค
และ ร้านค้าต่าง ๆ ที่ต้องการร่วมรายการ
เจ้าของแบรนด์ หรือตัวแทนแบรนด์ที่ต้องการนำสินค้าเข้าร่วมแพลตฟอร์ม
ติดต่อเข้ามาได้เลยค่ะ อยากให้ทุกคนสมัคร ตั้งแต่วันนี้
และมามองเห็นโอกาสก่อน
รู้ก่อนและแบ่งปันความรู้เพื่อแนะนำสิ่งดี ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย
และจะขยายไปทั่วอาเซียน moomall เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติไทย
การลงทุนสร้างแพลตฟอร์มนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย และผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนให้มีความเข้มแข็ง


สมัครสมาชิก :  http://wow.in.th/member
Line Openchat :  http://wow.in.th/mm

shopee central konvy lazada shopat24

การเลือกใช้แชมพูปิดผมขาว

การเลือกใช้แชมพูปิดผมขาว

ผมสีขาวค่อนข้างเป็นธรรมชาติเมื่อผู้คนข้ามอายุบางคน
แต่คนหนุ่มสาวจำนวนมากกำลังมีปัญหาเรื่องผมสีขาวซึ่งทำให้พวกเขาดูแก่กว่าอายุ
มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้ผมหงอกเกิดขึ้นได้
หากอายุเป็นเหตุผลทางธรรมชาติปัญหาทางพันธุกรรมความเครียดที่มากเกินไปความไม่สมดุลของวิตามินรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมและนิสัยการกินที่ไม่ดีอาจเป็นสาเหตุของการเกิดผมหงอกก่อนวัย
แม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์จำนวนมากในตลาดที่มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับผมสีขาว
แต่การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มากเกินไปไม่แนะนำให้เลือกเพราะองค์ประกอบทางเคมีของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทำให้ผมเสีย
แม้การใช้สีผมมากเกินไปก็ไม่ดี
ดูในร้านค้าหรือร้านค้าออนไลน์เพื่อหาแชมพูสำหรับผมสีขาวครีมนวดผมสำหรับผมสีขาว
ฯลฯ แต่อย่าลืมดูส่วนประกอบ



หนึ่งควรพยายามใช้แชมพูอ่อนสำหรับผม และพยายามใช้แชมพูไม่เกิน 3
ครั้งต่อสัปดาห์ เมื่อคุณวางแผนที่จะซื้อแชมพูสำหรับผมสีขาวแล้ว
ซื้อที่ทำจากส่วนผสมจากธรรมชาติ สำหรับการปิดผมขาว
แชมพูที่ทำจากส่วนประกอบธรรมชาติและออร์แกนิกจะทำงานได้ดีที่สุด จึงขอแนะนำแชมพูปิดผมขาวโมเครุ Mokeru Shampoo

ปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน

ปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน

ผมร่วง ผมบาง รับมือได้ไม่ยาก


        ปัญหาผมร่วง
ผมบางที่พบไม่ว่าชายหรือหญิงส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความสวยงามและบุคคลิกภาพที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านจิตใจมากกว่าด้านร่างกายจากการศึกษา
พบว่าคนเราสามารถมีผมร่วงได้เฉลี่ยวันละ 50-100
เส้นจากเส้นผมคนทั่วไปทั้งศีรษะมีประมาณ 100,000
เส้นวันไหนสระผมอาจพบผมร่วงเพิ่มได้เป็น2เท่าเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามภาวะผมร่วง ผมบาง อาจเกิดจากหลายสาเหตุ การมีความรู้
ความเข้าใจ จะทำให้สามารถจัดการกับภาวะดังกล่าวได้ดีขึ้น ภาวะผมร่วง
ผมบางที่พบ แบ่งออกเป็น ชนิดร่วงทั้งศีรษะ(Diffuse) สาเหตุอาจเกิดจาก
พันธุกรรม เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะผมร่วง ผมบางที่พบได้บ่อยที่สุด
โดยแบ่งออกเป็นผมร่วง ผมบางในผู้ชาย(Male pattern baldness)
มักพบในผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวฝ่ายพ่อหรือแม่ผมบาง ศีรษะล้าน
อาการจะเริ่มพบได้ตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์จนถึงอายุ 40
ปีจะต่างกันตรงที่ปริมาณและความรวดเร็วของผมที่ร่วง
เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ ลักษณะ พบว่าเริ่มจากหน้าผาก
มีการร่นของแนวผมด้านหน้าจะค่อยๆถอยร่นขึ้นไปโดยเฉพาะที่ขมับทั้ง 2
ข้างจะเห็นเหมือนรูป M แนวทางการรักษา


  • ยาทา 5% minoxidilทาเช้า-เย็น เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • ยารับประทาน finasteride 1 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
        ผมร่วง ผมบางในผู้หญิง (Female pattern baldness)
มักพบว่ามีความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวฝ่ายมารดาที่ศีรษะล้าน
และอิทธิพลของฮอร์โมนเพศโดยเริ่มมีภาวะผมร่วงช้ากว่าในผู้ชาย
โดยจะเริ่มเมื่ออายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ลักษณะ
พบว่าผมบางบริเวณด้านบนของศีรษะโดยที่แนวผมด้านหน้าผากเป็นปกติไม่ถอยร่นขึ้นไปอย่างที่พบในผู้ชาย
แนวทางการรักษา


  • ยาทา 3% minoxidilทาเช้า-เย็น เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน
        ชนิดร่วงเป็นหย่อม(Localized)
สาเหตุที่พบได้บ่อยอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของตัวเอง
(autoimmune) ที่ทำลายรากผม ทำให้รากผมฝ่อและหลุดร่วงง่ายการติดเชื้อรา
เช่น โรคเชื้อราที่หนังศีรษะ เชื้อแบคทีเรีย
เชื้อไวรัสที่หนังศีรษะการใช้เครื่องมือหรือสารเคมีเพื่อความงามของทรงผม
เช่น เครื่องมืออบร้อน การย้อมหรือทำสีผมด้วยสารเคมี  แนวทางการรักษา


  • ควรพบแพทย์เพื่อรักษาความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อดังกล่าว
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมืออบร้อน หรือสารเคมีที่มีผลทำร้ายผม
        นอกจากการพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุ และรับการรักษา
และหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้ผมร่วง ผมบางแล้ว การบำรุงรากผมให้แข็งแรง
โดยการรับประทานวิตามินและสารอาหารที่มีผลการวิจัยว่าช่วยบำรุงผม
ทำให้รากผมแข็งแรงขึ้น ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นและนิยมอย่างแพร่หลาย
วิตามินและสารอาหารสำหรับดูแลภาวะผมร่วง ผมบาง บำรุงผม


  • แร่ธาตุสังกะสี                                 วันละ 15 มิลลิกรัม
  • แร่ธาตุซีลีเนียม                              วันละ 50 ไมโครกรัม
  • วิตามิน ซี                                          วันละ 200 มิลลิกรัม
  • วิตามิน อี                                          วันละ 50-400 IU
  • วิตามิน บีรวม อย่างน้อย             วันละ 25-50 มิลลิกรัม
  • ไบโอติน                                            วันละ 500-1,000 ไมโครกรัม

ตลาดธุรกิจขายตรงปี 61 ร้อนระอุทะลุ 70,000 ล้าน

ตลาดธุรกิจขายตรงปี 61 ร้อนระอุทะลุ 70,000 ล้าน

ในปีที่ผ่านมา2561 ต้องยอมรับถึงความเงียบเหงาของอุตสาหกรรมขายตรงไทยที่ทำเอาผู้ประกอบการปาดเหงื่อคอตกตามกัน ขณะเดียวกันก็ต้อง
น้อมรับถึงตัวเลขยอดขายต่อปีที่อาจไม่ได้ดั่งใจมากนัก และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปีของการจัดอันดับทำเนียบผลประกอบการยอดขาย ทีมข่าวขายตรงหนังสือพิมพ์ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ได้ทำการจัดอันดับบริษัทขายตรงที่มี
ยอดขายสูงสุด 10 อันดับของประเทศในปี 2561 ที่ผ่านมา และขอย้ำว่าเป็นตัวเลขยอดขายที่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น (ดูได้จากตารางยอดขายบริษัทขายตรงประจำปี 2561)
ตำแหน่งแชมป์ยอดขายพุ่งยังคงเป็นพี่ใหญ่ “แอมเวย์” ประกาศลั่นปิดยอด 19,000
ล้านบาท โตกว่าปีที่แล้ว 4% ส่วนอีก 2 ค่ายขายตรงไทยยอมรับยอดขายโตบวกลบ 2-3% ได้แก่ “กิฟฟารีน” ปิดยอดขาย 5,000 ล้านบาท ตามด้วย “จอย แอนด์ คอยน์” ปิดที่ 2,000 ล้านบาท แต่งานนี้มีเฮที่ขายตรงสัญชาติมาเลเซีย “ซูเลียน” แม้เจอวิกฤติเมียนมาแต่ฟอร์มยังดียอดพุ่งเฉียด 3,000 ล้านบาท ขณะที่ “นู สกิน” ยังคงเติบโตเช่นกันเพราะดันระบบออนไลน์เข้าช่วย
ขณะเดียวกันหากหันมองค่ายขายตรงที่เปิดดำเนินธุรกิจไม่ถึง 10 ปี กับยอดขายปี 2561
ทั้งค่าย “ไอยรา แพลนเน็ต-ซัคเซสมอร์ -เลกาซี่-เจอเนสส์-มาสเตอร์พีซ-CCI” ยังคงเติบโตดี บางค่ายตีปีกเพราะได้ยอดขายต่างประเทศหนุน ส่วนค่ายที่เหลือไม่ว่าจะเป็น “คังเซน-เคนโก,
กาโนเอ็กเซล, นิว ไลฟ์, ซินเนอร์จี้” แม้ยอดขายไม่พุ่งแรงแต่ก็ยังประคองตัวเองเดินต่อได้อย่างมีความหวัง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขยอดขายดังกล่าวได้อ้างอิงจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
กระทรวงพาณิชย์ ส่วนตัวเลขยอดขายปี2561ที่ระบุนั้นเป็นตัวเลขที่บางบริษัทขายตรงยืดอกออกมาประกาศชัดแล้ว และส่วนหนึ่งจากข้อมูลสัมภาษณ์ของผู้ประกอบการที่ได้คาดการณ์ประมาณยอดขายไว้ นำเสนอถึงความเคลื่อนไหวธุรกิจขายตรงที่ต้องเร่งปรับตัวเองท่ามกลางเศรษฐกิจไทยถดถอย
ปัจจุบัน ธุรกิจขายตรง หรือธุรกิจเครือข่าย (Multi-Level Marketing : MLM) ประเมินมูลค่าการตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท(ตัวเลขล่าสุดในปี 2561) หรือ คิดเฉลี่ยอุตสาหกรรมขายตรงไทยทั้งระบบ เติบโตไม่ต่ำกว่า 3-5% / ปี และนอกจากจะสร้างเม็ดเงินไหลเวียนในประเทศแล้ว ธุรกิจขายตรงยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคทั่วไปมากกว่า 11 ล้านคน อีกทั้งพบว่ามีบริษัทที่ยื่นจดทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ตั้งแต่ปี 2545-2561 สรุปล่าสุดอยู่ที่ 1,441 บริษัท แบ่งเป็นธุรกิจขายตรง 995 บริษัทและ ธุรกิจตลาดแบบตรง 446 บริษัท แต่จากตัวเลขของสคบ.ระบุว่า มีบริษัทที่เปิดดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง 300-400 บริษัทเท่านั้นเอง
โดยภาพรวมปีที่ผ่านมา 2561 สรุปแล้วเป็น ปีหมาดุปนบ้าเศรษฐกิจซึม กำลังซื้อถดถอยสร้างผลกระทบต่อทุกภาคส่วน แม้แต่ธุรกิจขายตรงเองที่ใครหลายคนมองว่าจะรุ่งเพราะเป็นอาชีพที่สร้างคนสร้างโอกาสในภาวะวิกฤติก็ส่อเค้าอาการโคม่าตามกัน เหตุเพราะจากผลพ่วงหลายสถานการณ์ติดลบที่ทำให้ธุรกิจขายตรงพลาดท่าเดินเซทั้งจากฤทธิ์เดชเมจิกสกินล้างโลก ชัดดาวน์ MLM เมียนมาร แชร์ลูกโซ่ระบาด บิทคอยท์พ่นพิษ เป็นต้น ที่ทุกค่ายต้องนำมาเป็นบททดสอบเรียนรู้ใหม่ เพื่อนำมาสร้างเกราะให้ตนเองแข็งแรงมากขึ้น
สำหรับปีนี้ 2562 นักกษัตริย์ปีกุนก็ขอลุ้นให้เป็นปีหมูทองผ่องอำไพ ขอให้ทุกบริษัทขายตรงน้ำดีที่มีความตั้งใจทำธุรกิจจริงจัง ซื่อสัตย์สุจริต มีผลกำไรเยอะๆจะได้ขวัญกำลังใจสู้กันต่อไป โดยให้จับตามองธุรกิจเครือข่ายที่มาแรงสุด ๆ ในช่วงท้ายปีคือ Ultima Life ที่เพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนพฤศจิกกายนที่ผ่านมา แต่มียอดขายแบบก้าวกระโดด ด้วยระบบการตลาดที่จัดเต็มจากทุนมหาศาล ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะติดเข้ามาในทำเนียบธุรกิจเครือข่ายยอดนิยมของบ้านเราอย่างแน่นอน


Ultima Life by DOD Biotech

Ultima Life by DOD Biotech

อัลติม่า ไลฟ์ เป็นบริษัทในเครือของ DOD Biotech
ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีโรงงานสกัด
และผลิตอาหารเสริมที่ทันสมัย ได้รับมาตราฐานเดียวกับการผลิตยา Ultima Life
ธุรกิจออนไลน์มาแรงที่ทุ่มงบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท
โดยใช้ดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์โปรโมทสินค้าถึง 5 คนด้วยกัน
บวกด้วยสื่อโฆษณาครบทุกประเภททั้งออนไลน์, ทีวี, บิลบอร์ด, จอดิจิตอล,
รถไฟฟ้า MRT, สื่อโฆษณาบนรถสาธารณะ, รถยนต์ส่วนตัว
เพื่อดึงดูดผู้ที่พบเห็นให้สนใจ และง่ายต่อการส่งต่อในการทำธุรกิจ
อีกทั้งยังมีระบบ Ultimatrix
ที่ทำหน้าที่ค้นหารายชื่อผู้ที่สนใจร่วมทำธุรกิจจำนวนมาก
โดยระบบสามารถช่วยทำงานแทนเราได้ถึง 94% ซึ่งเหมาะกับผู้ที่อยากทำธุรกิจ
แต่รู้จักคนไม่มาก หรือมีปัญหาเรื่องไม่รู้ว่าจะไปชวนใคร
Ultima Life
สามารถตอบโจทย์เรื่องธุรกิจเครือข่ายได้อย่างตรงประเด็น
โดยระบบจะทำการสุ่มรายชื่อ
และนำรายชื่อเหล่านั้นมาทำให้เราเปลี่ยนเป็นรายได้ได้อีกด้วย อัลติม่า
ไลฟ์ยังมีเทคโนโลยี AR Scan (สินค้าพูดได้)
ที่ทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ
เรามีโคชมืออาชีพเป็นที่ปรึกษาในการขยายธุรกิจ และก็มี UTM Learning
ซึ่งเป็นคอร์สเรียนรู้การสร้างธุรกิจออนไลน์กว่า 100 คอร์ส
ที่สมาชิกสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ฟรี เพื่อที่จะเป็นนักธุรกิจอัลติมา ไลฟ์
อย่างเต็มตัว และประสบความสำเร็จ มีรายได้อย่างยั่งยืน มั่นคง


ธุรกิจออนไลน์มาแรง Ultima Life

ต่ออายุแรงงานต่างด้าว

ต่ออายุแรงงานต่างด้าว

การว่าจ้างแรงงานต่างด้าว....ใกล้หมดอายุจะทำอย่างไร?

การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวที่สัญชาติ
กัมพูชา ลาว เมียนมา ที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน
พ.ศ.2562 – 31 มีนาคม พ.ศ.2563 ซึ่งบริษัท 8 ทิศกู้ดเพาเวอร์ จำกัด
ได้เข้าประชุมในวันที่ 31 กรกฎาคม  พ.ศ.2562 ห้องประชุมชั้น 11
กระทรวงแรงงาน  โดยการแบ่งกลุ่มในการดำเนินการแยกออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้

กลุ่มที่ 1.กลุ่มวันสิ้นสุดการอนุญาตทำงานก่อนวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2562

             อนุญาตให้ทำงานถึงวันที่   30 กันยายน พ.ศ.2562  เท่านั้น

กลุ่มที่ 2.กลุ่มวันสิ้นสุดการอนุญาตทำงานวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2563

    อนุญาตให้ทำงานถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2563 เท่านั้น

แต่ใน 2 กลุ่มดังกล่าวแนวทางบริหารจัดการอนุญาตให้ตีวีซ่า  1 ปี   ด้วยราคา
1900 บาท / คน ซึ่งแตกต่างจากราคาตีวีซ่าปัจจุบันซึ่งมีราคาเพียง 500 บาท
/ระบุ 2 ปี   ซึ่งทำให้ปี2564 แรงงานทั้ง 2
กลุ่มนี้จำเป็นต้องดำเนินการตีวีซ่าอีกครั้ง ด้วยราคา 1900 บาท/ปี และ
ตรวจสุขภาพ 500 บาท  ทำให้ค่าใช้จ่ายใน ปีที่ 2 เพิ่มอีก 2400 บาท/คน   
ซึ่งยังไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการดำเนินการในปีแรก 

บริษัท 8 ทิศกู้ดเพาเวอร์ จำกัด ได้ดำเนินการสรุปขั้นตอนตามรูปด้านล่าง เพื่อความเข้าใจให้ทางผู้ประกอบการและนายจ้าง




รับจัดหาแรงงานต่างด้าวถูกกฏหมาย

โปรโมชั่นสมาชิก Ultima Life

โปรโมชั่นสมาชิก Ultima Life

ตีตั๋วเที่ยวอิตาลีง่าย ๆ สำหรับสมาชิก Ultima Life

ทริปท่องเที่ยวอิตาลี - โรม ปิซ่า เวนิส เวโรน่า มิลาน




ทำอย่างไรจึงมีสิทธิ์รับโปรโมชั่นนี้




- ทำรายได้ Balance (Weak Strong 10%)




- ทุก 2,000 บาท ได้รับ 1 คะแนนท่องเที่ยว




- สะสมครบ 200 คะแนนท่องเที่ยว ได้รับสิทธิ์ 1 ที่นั่ง




- สะสมครบ 400 คะแนนท่องเที่ยว ได้รับสิทธิ์ 2 ที่นั่ง




* หมายเหตุ  1 รหัสสมาชิก รับสิทธิ์ได้ไม่เกิน 2 ที่นั่ง





เงื่อนไข และคุณสมบัติของสมาชิกผู้ร่วมโปรโมชั่น


- ผู้ร่วมโปรโมชั่นท่องเที่ยว ต้องเป็นสมาชิกตำแหน่ง Diamond เท่านั้น


- ผู้ร่วมโปรโมชั่นท่องเที่ยว ต้องรักษายอดเพื่อเก็บคะแนนท่องเที่ยวในแต่ละเดือน


- ผู้ร่วมโปรโมชั่นท่องเที่ยว ถ้ารับตั๋วญี่ปุ่น  50 คะแนนไปแล้ว สามารถสะสมโปรฯ ยุโรปเพิ่มอีก 150 คะแนน เพื่อรับตั๋วโปรโมชั่นนี้


- ผู้ร่วมโปรโมชั่นท่องเที่ยว ถ้ารับตั๋วญี่ปุ่น 100 คะแนนไปแล้ว สามารถสะสมโปรฯ ยุโรปเพิ่มอีก 150 คะแนน เพื่อรับตั๋วโปรโมชั่นนี้


* หมายเหตุ ทริปท่องเที่ยวนี้เดินทางประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคม 2563

แผนรายได้ Ultima Life

แผนรายได้ Ultima Life

แผนการตลาดของ Ultima Life by DOD




  • Ultima life เริ่มต้นธุรกิจมี 3 แพคเกจเปิดบิล เล็ก กลาง ใหญ่
  • Ultima life แผนการจ่ายรายได้บนโครงสร้าง 2 สายงาน
    ออกแบบมาให้ช่วยเหลือกกันทำงานได้ง่าย โดยรูปแบบของการวางสายงาน
    คนแนะนำจะไม่สามารถจับไปเรียงในผังจุดไหนก็ได้
    ระบบบังคับสมัครวางซ้ายสุดขวาสุดเท่านั้น
    แผนนี้จึงเป็นแผนบังคับช่วยคนที่มาทีหลังไปด้วย มาก่อนมาหลังไม่สำคัญ
  • Ultima life โบนัสค่าแนะนำเริ่มต้นที่ 10-12% ตามตำแหน่ง  (ไม่รักษายอดก็มีสิทธิ์รับ)
  • Ultima life โบนัสบริหารจากคะแนนทีมอ่อน 10% (ไม่รักษายอดมีสิทธิ์รับ)
  • Ultima life โบนัสแมทชิ่ง 30% คำนวนจากรายได้ของทีมของ G1-G5 (รับได้เฉพาะคนลงแพ็คเกจใหญ่) รักษายอดเพื่อได้รับทุกเดือน
  • Ultima life รักษายอดรายเดือนประมาณ 1,500 บาท แล้วแต่สินค้า จะได้สิทธิ์เก็บคะแนนท่องเที่ยว

Ultima Life Grand Opening งานเปิดตัวอัลติม่าไลฟ์ แกรนด์โอเพนนิ่ง

Ultima Life Grand Opening งานเปิดตัวอัลติม่าไลฟ์ แกรนด์โอเพนนิ่ง

คุณพรรษมนต์ ธราวิทย์ณัฐกุล กรรมการผู้จัดการ คุณธานัท จารุฤทธิไกร
ผู้บริหารฝ่ายการตลาด และ ภญ.ภัสราธาดา วัชรธาดาอาภาภัค
ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ นำทีมผู้บริหารบริษัท อัลทิมา ไลฟ์ จำกัด จัดงาน
Ultima Life Grand Opening (อัลทิมา ไลฟ์ แกรนด์ โอเพนนิ่ง) สุดอลังการ
พร้อมจัดหนักจัดเต็มทั้งความสนุกสนานกับกิจกรรมพิเศษส่งท้ายปีที่จะพาตื่นตาตื่นใจไปกับโลกแห่งนวัตกรรมภายใต้แบรนด์ อัลทิมา ไลฟ์ (Ultima Life) อาทิ การเผยนวัตกรรมเทคโนโลยีสุดล้ำสำหรับการทำธุรกิจในโลกออนไลน์ ,กองทัพผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามมากมายกว่า 20 รายการ ,นิทรรศการแสดงผลงานด้านนวัตกรรมสุดยิ่งใหญ่พร้อมลุ้นรับรางวัลพิเศษอีกมากมาย 

และรับชมไฮไลท์พิเศษกับการแสดงเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ เผยโฉม 5
พรีเซ็นเตอร์สุดฮอตอย่างเป็นทางการ อาทิ แหม่ม-วิชุดา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
รีเวิส วาย (R3VERSE VINE) จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีน One whey
(วัน เวย์) แอนดี้ เขมพิมุก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบชงดื่มอ๊อบ-เอ็กซ์
(OB-EX) เอมมี่ มรกต ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลล็อกซ์ (Callox) และ
ติ๊ก-เจษฏาภรณ์ ผลดี พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลวารีน (LEVAREAN)
ปิดท้ายด้วย คอนเสิร์ตสุดมันส์จากศิลปิน บอย พีชเมกเกอร์ ในวันเสาร์ที่ 23
พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 17.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์
5 เรียกว่าเป็นงานใหญ่แห่งปีที่ชาวอัลทิมา ไลฟ์ ไม่ควรพลาด!!!!

CALLOX รีวิวอาหารเสริม แคลล็อกซ์

CALLOX 



CALLOX
นวัตกรรมใหม่ ในการลดน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคุณภาพ จาก Ultima life



Callox : คุณสมบัติผลิตภัณฑ์



- ลดฮอร์โมนความอยาก ปลอดภัย มาตรฐานการผลิต โดยผู้เชี่ยวชาญ และผ่านงานวิจัยที่เชื่อถือได้

- ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มอัตราการเผาผลาญ ลดอายุเซลล์ในร่างกาย
ไม่ใช้ยาเป็นส่วนผสม ปลอดภัย ยับยั้งการสะสมของไขมัน แป้งและน้ำตาล

- ลดความอยากอาหาร

- ควบคุมความผิวและระดับน้ำตาลในเลือดที่ระดับฮอร์โมน ทำให้อิ่มนานขึ้น ทานได้น้อยลง

- ดักจับไขมันจากอาหารได้ถึง 80% จากเห็ดแชมปิญอง

- ชะลอการดูดซึมน้ำตาล

- ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน อันเกิดจากการรับประทาน คาร์โบไฮเดรต (แป้ง)

- เพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมัน

- ยับยั้งไขมันสะสม



*** คนเป็นโรคเบาหวานก็ทานได้



CALLOX เม็ดเดียว ควบคุมได้ถึง 4 ฮอร์โมน

- เพิ่มฮอร์โมนความอิ่ม ลดฮอร์โมนความอยากอาหาร

- ยับยั้งฮอร์โมนความหิว

- ชะลอการย่อย ดูดซึมน้ำตาล

- กระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน ดึงไขมันสะสมมาใช้



วิธีรับประทาน

แคลล็อกซ์ ครั้งละ 1-2 เม็ด ก่อนอาหาร 15 นาที

Callox น้ำหนักสุทธิ 33.54 กรัม บรรจุ 30 แคปซูล / 1 แคปซูล ( 1,118.00 มิลิกรัม)



CALLOX ราคาขายปลีก กล่องละ 1,590 บาท



สั่งซื้อสินค้า คลิกที่นี่

สมัครตัวแทนจำหน่าย คลิกที่นี่

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก มาเลเซีย ไทย

มาเลเซีย - ไทย 14 พฤศจิกายน 2562

การปะทะกันของมาเลเซีย กับ ไทย ในเกมวันพรุ่งนี้จะเป็นเกมที่มีความหมายที่สุด กับทีมช้างศึก ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

ถ้าเราชนะ เราจะกำหนดทิศทางได้เลยว่า เกมต่อไปที่เจอกับเวียดนาม
จะเล่นแบบไหน ซึ่งตรงข้ามถ้าเราไม่ชนะ สถานการณ์ย่อมบีบให้เรา
ต้องบุกไปชนะที่ฮานอยให้ได้ ซึ่งมันจะทำให้การเข้ารอบของเรายากขึ้นมาก



แน่นอน มีความหวั่นใจเกิดขึ้น จากสถิติที่ไทยไม่เคยชนะในบูกิต จาลิล
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า เราไม่มีอะไรต้องไปกลัวขนาดนั้น อย่าลืม
มาเลเซียคือทีมบ๊วยของโถ 4 และมีอันดับโลกห่างจากเรา 49 อันดับ


เราจะไปวิเคราะห์กันก่อนเกมจะเริ่ม ถึงแผนการเล่นที่ไทยน่าจะใช้
ในการรับมือกับมาเลเซีย รวมถึงแนวทางของคู่แข่งด้วยว่า
พวกเขาจะจริงจังกับเกมนี้แค่ไหน

------------------------------

[ เกมสำคัญไม่มีการทดลอง ]

ตอนประกาศรายชื่อ 32 คน รอบแรกก่อนตัดตัว มีชื่อของนักเตะหลายคนที่ทำให้แฟนๆเซอร์ไพรส์ แต่สุดท้าย คนที่มีชื่อเข้ามาใหม่ ได้แก่

ชนานันท์ ป้อมบุบผา - ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
ธีระพล เยาะเย้ย - สมุทรปราการ ซิตี้
พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี - สมุทรปราการ ซิตี้
พิชา อุทรา - สมุทรปราการ ซิตี้
ชญาวัต ศรีนาวงษ์ - สมุทรปราการ ซิตี้
ศราวุธ อินทร์แป้น - สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
อภิรักษ์ วรวงษ์ - สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด


ทั้งหมดโดนอากิระ นิชิโนะ ตัดทิ้ง และเหลือผู้เล่นชุดเดิม
จากเกมชนะยูเออีเอาไว้ครบเซ็ต จะมีเพิ่มเข้ามาก็แค่ชนาธิป
สรงกระสินธ์ที่หายเจ็บแล้วเท่านั้น

คือก็น่าเห็นใจ
เพราะตัวที่โดนเรียกมาหลายคนก็เล่นดีมากในเกมลีกคือคู่ควรกับการติดทีมชาตินั่นล่ะ
อย่างไรก็ตามเราก็ต้องเข้าใจนิชิโนะเช่นกัน ว่าเกมสำคัญขนาดนี้
ที่จะชี้ชะตาการเข้ารอบ มันไม่มีเวลาลองผิด ลองถูกอีกแล้ว
จำเป็นต้องใช้ผู้เล่นที่มั่นใจในความสามารถ
และเป็นคนที่เข้ากับระบบทีมได้ทันที

เอาเป็นว่า
ไว้รอเกมอุ่นเครื่องที่ไม่ต้องกดดันมากๆ ค่อยมาว่ากันใหม่
ขณะที่เคสของฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์นั้นไม่สามารถเรียกความฟิตได้ทัน
ก็ต้องพักต่อไปก่อน

ตอนนี้ทีมชาติไทยเหลือกลุ่ม 24 คน ที่พร้อมที่สุด และเข้าใจกันที่สุด สำหรับการปะทะมาเลเซีย และเวียดนาม สองนัดต่อจากนี้

โดยเกมกับมาเลเซีย ธีราทร บุญมาทัน จะโดนแบน 1 นัด แต่เขาจะร่วมซ้อมกับทีมชาติตามปกติ และคัมแบ็กกลับมาลงเล่นในเกมกับเวียดนาม


ส่วนคนที่จะโดนตัดจากชุดเจอเวียดนาม เพื่อให้ธีราทรกลับมา
ก็น่าจะเป็นเอเลียส ดอเลาะ กองหลังจากท่าเรือ
เนื่องจากเซ็นเตอร์แบ็กของไทยมีครบแล้ว คือทอม เบียร์, พรรษา เหมวิบูลย์,
ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ อดิศร พรหมรักษ์

เวียดนาม
เป็นทีมที่ใช้กองหน้าตัวเล็ก เน้นบอลบนพื้นเป็นหลัก
ดังนั้นก็ไม่ต้องใช้ดอเลาะที่สูงถึง 196 เซ็นติเมตร
เป็นคนที่สามารถโดนตัดออกได้

การที่ดอเลาะใส่เบอร์ 3 ในนัดเจอมาเลเซีย ว่าง่ายๆก็คือพออุ้มกลับมาก็จะได้เอาเบอร์ 3 คืนทันทีนั่นแหละ

------------------------------

[ ระบบการเล่น ]

แผนการเล่นของไทย น่าจะชัดเจนแล้วว่า เราคงเลือก 4-2-1-3


เกมแรกสุดที่ไทยเจอเวียดนาม นิชิโนะใช้ระบบ 4-3-1-2 อัดกองกลางให้แน่น
ไม่จำเป็นต้องใช้ปีก แต่พอเสมอเวียดนาม 0-0 เขากลับมาใช้ระบบกองหน้า 3 คน
ซึ่งก็ชัดเจนว่า เกมที่ใช้ความเร็วทะลวงซ้าย-ขวา
ดูจะเหมาะกับทีมชาติไทยมากกว่า และด้วยแผนนี้ไทยชนะได้ ทั้งอินโดนีเซีย
และยูเออี

ไลน์อัพของไทย ในนัดต่อไปที่จะเจอมาเลเซีย แทบทุกตำแหน่งเราเดาได้เกือบหมด นายทวารเป็นศิวรักษ์ เทศสูงเนินแน่ๆ

คู่เซ็นเตอร์ จะเป็นทอม เบียร์ กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ขณะที่กองกลางจะเป็นพิธิวัตต์ จับคู่กับสารัช อยู่เย็น


มิดฟิลด์ตัวรุก เกมที่เจอยูเออี ใช้สุภโชค สารชาติ แต่เกมนี้เมื่อชนาธิป
สรงกระสินธ์กลับมาแล้ว ก็ไม่มีใครเหมาะสมยิ่งไปกว่าเจ ดังนั้นสุภโชค
จะถ่างไปยืนขวาแทน

ปีกซ้าย จะเป็นเอกนิษฐ์ ปัญญา
เพราะตอนเอกนิษฐ์ยืนฝั่งซ้ายทั้งในเกมกับคองโก และยูเออี เขาเล่นได้ดีมากๆ
ดีกว่ายืนฝั่งขวาพอควร แต่ก็คาดเดาได้ว่าระหว่างเกม สามตัวรุก
ชนาธิป-สุภโชค-เอกนิษฐ์ จะสลับซ้าย-กลาง-ขวากันตลอดเกม
เพื่อให้คู่แข่งเกิดอาการสับสน

กองหน้าตัวเป้า
แน่นอนว่าจะเป็นธีรศิลป์ แดงดา ด้วยผลงานในลีก ที่ยิงได้ 2 เม็ดให้เมืองทอง
ในเกมสุดท้ายในไทยลีกที่เจอตราด
ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขายังอยู่ในฟอร์มที่ดีอยู่
นอกจากนั้นมุ้ยเป็นอีกคนที่เคยยิงได้ที่บูกิต จาลิลมาแล้ว
รับประกันได้ว่าไม่มีสั่นไม่มีหงอแน่นอน

ส่วนตำแหน่งที่มีการดีเบทกันอยู่นะเวลานี้ คือแบ็กซ้าย กับ แบ็กขวา


แบ็กซ้าย มี 2 ชอยส์ คือศศลักษณ์ ไหประโคน กับ กรกช วิริยอุดมศิริ
ซึ่งถ้าถามความธรรมชาติ กรกชก็น่าจะตอบโจทย์กว่า
แต่ถ้าให้เดาใจนิชิโนะตามกระแสข่าว ก็ต้องเป็นศศลักษณ์อยู่แล้ว
ในเกมกับอินโดนีเซียศศลักษณ์ก็ลงเป็นสำรองแทนธีราทร ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย


จุดนี้น่าสนใจ เพราะศศลักษณ์ ต้องเล่นหลายตำแหน่งมากๆ กับทีมชาติ
เกมที่แล้วกับยูเออีเล่นปีกขวา คราวนี้สลับบนมายืนล่าง สลับขวามายืนซ้าย
คือโอเค ตอนอยู่บุรีรัมย์เราเห็นว่า เขาเล่นได้ 2 ฝั่งนั่นล่ะ
แต่กับทีมชาติชุดใหญ่ นี่จะเป็นนัดแรกจริงๆที่ออกสตาร์ตในตำแหน่งแบ็กซ้าย


ส่วนจุดที่ไม่มีคนเดาได้มากสุดว่านิชิโนะจะเอายังไง คือแบ็กขวา
เนื่องจากมีชอยส์สามคนที่มีศักยภาพแทบไม่ต่างกันเลย ได้แก่ ทริสตอง โด,
นิติพงษ์ เสลานนท์ และ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

นฤบดินทร์
ดูจะเป็นสำรองแน่ๆ อย่างในเกมกับยูเออี เขาก็ลงมาเติมพลังให้ทีมในช่วงท้าย
ดังนั้นแปลว่าแบ็กขวาตัวจริงจะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างทริสตอง โด กับ
นิติพงษ์ เสลานนท์

มีคนบอกว่า โด เลยจุดพีกแล้ว
ซึ่งผมยืนยันว่าไม่จริง เดือนมกราคมที่ผ่านมา
เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของทีมชาติไทย ในเอเชียนคัพ นอกจากนั้น 2
เกมแรกในบอลโลก ที่เจอเวียดนาม และ อินโดนีเซีย
เขาช่วยให้ไทยเก็บคลีนชีทได้ทั้ง 2 นัด

ขณะที่นิติพงษ์ ก็แน่นอน
เล่นโดดเด่นทั้งกับสโมสรและทีมชาติ กับสโมสรช่วยท่าเรือได้แชมป์เอฟเอคัพ
กับทีมชาติโชว์แอสซิสต์ในเกมยูเออี

จุดที่น่าสนใจคือทั้งสองคน อายุ
"เท่ากัน" คือ 26 ปี โดยโด อายุมากกว่าแค่ 4 เดือนเท่านั้น ขณะที่ส่วนสูง
โดสูงกว่าเล็กน้อย (171 ซม. - 167 ซม.) จึงบอกได้ว่า สภาพร่างกายทัดเทียม
และฟอร์มก็โอเคทั้งคู่ คือว่าตรงๆส่งใครก็ได้
อยู่ที่ว่านิชิโนะจะเลือกบุกแบบไหนแค่นั้น

นี่เป็นตำแหน่งเดียวที่เดาได้ยากที่สุด ซึ่งนอกจากในแคมป์ทีมชาติแล้ว คงไม่มีใครรู้ ว่าใครจะออกสตาร์ตนัดนี้

------------------------------

[ จะไปกลัวอะไรกับทีมบ๊วยของโถ 4 ]

นี่ไม่ได้ดูถูกอะไร มาเลเซียหรอก แน่นอนเราไม่ประมาทเขา แต่ก็ไม่อยากให้คิดว่า มาเลย์เก่งกาจมากมายอะไรขนาดนั้น

ภาษาอังกฤษมีสำนวนว่า "Respect the opponents, but don’t give them too much respect"

เคารพคู่แข่ง แต่อย่าไปให้ความยำเกรงเกินไป อย่าไปสร้างภาพว่ามาเลเซียใหญ่โตเกินจริง

ผมได้ยินสถิติแล้วล่ะครับว่า ไทยไม่เคยชนะที่บูกิต จาลิล ฟังดูแบบเป็นปมร้ายในใจที่ไทยไม่เคยผ่านไปได้

แต่ถ้าไปกางดูข้อมูลจริงๆ บูกิต จาลิล เปิดใช้งานปี 1998 โดยทีมชาติไทยชุดใหญ่ เคยลงเล่นสนามแห่งนั้นแค่ 3 ครั้งเองนะครับ

ปี 2012 มาเลเซีย 1-1 ไทย ซูซูกิคัพ ยุควินฟรีด เชเฟอร์
ปี 2014 มาเลเซีย 3-2 ไทย ซูซูกิคัพ ยุคเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
ปี 2018 มาเลเซีย 0-0 ไทย ซูซูกิคัพ ยุคมิโลวาน ราเยวัช

2 ครั้งเราไม่แพ้ (เชเฟอร์ ,ราเยวัช) ส่วน 1 ครั้งที่เราแพ้ คือยุคซิโก้ ซึ่งสุดท้ายสกอร์รวมเราก็ชนะ ได้แชมป์ซูซูกิคัพอยู่ดี


ทั้ง 3 ครั้ง เป็นการเจอกันในซูซูกิคัพ ซึ่งเล่นเหย้า-เยือน
ซึ่งในยุคเชเฟอร์ กับราเยวัช เราต้องไปเยือนก่อน
ก็ต้องวางแผนเน้นเสมอไว้ก่อนอยู่แล้ว จากนั้นค่อยมาเชือดในบ้านเรา


ขณะที่ 1 ครั้งที่แพ้ คือในยุคซิโก้ ซึ่งเลกแรกเราชนะมาก่อน 2-0 พอเลก 2
มันเป็นเกมที่แพ้ได้อยู่แล้ว ขอแค่สกอร์รวมชนะพอ
ซึ่งสุดท้ายสกอร์รวมเราก็มากกว่าจริงๆ คว้าแชมป์ไปครองในปีนั้น


อยากจะบอกว่า สถิติที่บอกว่าไทยไม่ชนะเลยที่บูกิต จาลิล
มันก็แค่การเจอกันสามครั้ง ในเกมที่ต้องเล่นเหย้า-เยือน
ดังนั้นผลออกมาแบบนั้นก็ไม่แปลก

แต่นัดนี้มันต่างกันออกไป
เพราะมันคือฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
ไทยไม่ได้มาเล่นเพื่อดึงเสมอและกลับไปปิดจ๊อบที่บ้าน
นัดนี้เราจะมาเล่นเพื่อชนะ และเราก็จะชนะกลับไป

ผมว่า สถิติไม่เคยแพ้ไทยในบูกิต จาลิล จะสิ้นสุดลงในครั้งที่ 4 นี่แหละ มั่นใจมากเลย

อันดับโลกล่าสุด ในเวิลด์แรงกิ้งไทยอันดับ 109 ส่วนมาเลเซีย อันดับ 158 ห่างกัน 49 อันดับ ซึ่งช่องว่างขนาดนี้มันต้องมีเหตุผลอยู่


ที่สำคัญมาเลเซียคือทีมแรงกิ้งอันดับสุดท้ายของโถ 4 เลยล่ะ ตอนจับสลากได้
บอกตรงๆผมรู้สึก "โอเค" นะครับ ดีกว่าโถนี้เราไปจับเจอ อัฟกานิสถาน หรือ
คูเวต ซึ่งทั้งโหด ทั้งเดินทางไกลกว่าตั้งเยอะ
นี่เป็นคู่แข่งที่ดีมากแล้วที่จับเจอ

------------------------------

[ เช็กฟอร์มมาเลเซีย ]

จุดเด่นของมาเลเซีย คือเกมรับใช้ได้ แต่เกมรุกตื้อตัน


แผงหลัง 4 คน พวกเขาไม่เปลี่ยนแน่ๆ คือใช้ แบ็กโฟร์จากเกมที่แพ้เวียดนาม
1-0 เพราะในเกมเจอทาจิกิสถาน ในแมตช์อุ่นเครื่อง เมื่อ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา
มาเลย์ก็ยึดแบ็กโฟร์ชุดนี้

- แมทธิว เดวีส์ (เบอร์ 2)
ลูกครึ่งมาเลย์-ออสเตรเลีย จากสโมสรปะหัง เล่นแบ็กขวา โดย เดวีส์
มีประสบการณ์เล่นที่เพิร์ธ กลอรี่ ใน เอ-ลีกมาแล้ว สูง 179 ร่างกายแข็งแรง


- คอร์บิน-อ่อง (เบอร์ 6) ลูกครึ่งมาเลย์-บาร์บาโดส จาก JDT เล่นแบ็กซ้าย
จุดเด่นคือ สูงถึง 184 ซม. มีร่างกายแข็งแกร่ง
ด้วยความเป็นลูกครึ่งแคริบเบียน และ คนนี้ทุ่มไกลอย่างแรง แบบรอรี่
ดีแล็ปเลยนะ ก็ต้องระวังไว้เยอะเหมือนกัน

- ไอดิล ซาฟวน (เบอร์ 7) จาก JDT เล่นเซ็นเตอร์ สูง 177 ซม. อายุ 32 เป็นนักเตะอายุมากที่สุดในกลุ่มแผงหลัง

- ชารูล ซาอัด (เบอร์ 3) จากสโมสรเปรัค เล่นเซ็นเตอร์ สูง 179 ซม. แต่เล่นได้ 2 ตำแหน่งกลางรับ กับ เซ็นเตอร์ คล้ายๆธนบูรณ์


ชุดนี้เล่นกันโอเค แบ็กซ้าย-ขวา เป็นลูกครึ่งทั้งคู่ มีความแข็งแรง
มีความใหญ่ ซึ่งหลายๆครั้ง ก็จะหุบมาช่วยเซ็นเตอร์ เพื่อป้องกันลูกโหม่ง

ในเกมที่มาเลย์ แพ้เวียดนามที่ฮานอย 1-0 เกมนั้นเวียดนาม เจาะลูกโหม่งใส่มาเลย์ไม่ได้เลย เตะมุมอะไร โดนมาเลย์เก็บกินหมด

ดังนั้นถ้าไทยใช้วิธีโยนบอมบ์เข้าใส่ อาจทำประตูได้ไม่ง่ายนัก


แต่จุดอ่อนที่ผมเห็น คือเซ็นเตอร์คู่นี้ ไอดิล-ชารูล
ดูช้าและค่อนข้างสับสนอยู่พอตัว เกมกับเวียดนาม ประตูที่เสียให้กวางไห่
คือเวียดนามตักบอลมาจากตรงกลาง กวางไห่สอดขึ้นมาตรงจุดเกรงใจ ของสองคน
แล้วยิงเข้าไป

เช่นเดียวกับเกมอุ่นเครื่องกับทาจิกิสถาน เซ็นเตอร์ทั้งคู่ ยังวิ่งกันสับสนไลน์อยู่เลย แบ็กซ้าย-แบ็กขวา ต้องไปช่วยประคองตลอด


ดังนั้นถ้าไทยจะเจาะ ผมว่าเกมนี้ธีรศิลป์ จะเล่นลูกกลางอากาศได้ยาก
เพราะมาเลย์ป้องกันได้ดี แต่ 3 ตัวรุก ชนาธิป-สุภโชค-เอกนิษฐ์
จะมีพื้นที่มากๆ ในการทำลายแนวรับของมาเลเซีย


ดังนั้นถ้าให้เดาใจนิชิโนะ เรื่องแบ็กขวา ผมคิดว่าเขาจะเลือกใช้ทริสตอง โด
เพราะจุดเด่นของนิติพงษ์ คือการครอสบอล ซึ่งในเกมที่ลูกโหม่งใช้การยาก
พลังทะลุทะลวงกัดไม่ปล่อยของโด น่าจะมีประโยชน์มากกว่า

เกมรับของมาเลเซีย ถือว่าโอเค เสียประตูยาก แต่ไม่ใช่ไม่มีช่องให้เจาะ


ขณะที่เกมรุก ถือเป็นปัญหาใหญ่ของพวกเขาเลย เพราะยิงประตูได้น้อยมากๆ
นอร์ชารูล ปัจจุบันอายุ 33 ปีแล้ว มีความเก๋าก็จริง
แต่ความเร็วไม่เหลือแล้ว

ส่วนซาฟารี่ ซายามี่
ตัวที่ยิงนอกเขตโทษใส่ไทยในซูซูกิคัพเมื่อปีที่แล้ว
โดนดร็อปจากตัวจริงไปสักระยะแล้ว ซึ่งก็คาดว่า
จะไม่ได้ลงในเกมนี้กับไทยด้วย

ตัวที่เป็นทีเด็ดของมาเลย์ มี 2
คนที่ต้องระวังไว้บ้าง คือ โมฮามาดู สุมาเรห์ (เบอร์ 13)
ปีกตัวจี๊ดที่เกิดที่ประเทศแกมเบีย และไม่มีเชื้อสายมาเลย์เลย
แต่โอนสัญชาติมาเล่นให้มาเลย์ในปี 2018 ซึ่งก็ตามสไตล์ของนักเตะแอฟริกัน
วิ่งเร็ว แรงดี แต่ขาดความแน่นอน

ส่วนอีกตัวคือซาฟาวี่ ราซิด (เบอร์
11) ปีกขวาแต่ถนัดซ้าย อยู่กับสโมสร JDT ชอบตั้งหลักที่ริมเส้น
แล้วตัดเข้าใน ใช้เท้าซ้ายยิงไกล บางทีลักไก่ซัดนอกเขตโทษหลายที

ก็นะ รู้ว่ามีความอันตราย แต่เชื่อว่าไม่ยากเกินช้างศึกรับมือจริงๆ

------------------------------

[ บทสรุป ]


ย้อนกลับไปในศึกเมอร์เดก้า คัพ ปี 1978 มาเลเซีย
เชิญญี่ปุ่นมาลงแข่งในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วย ซึ่งญี่ปุ่น ณ เวลานั้น มีอากิระ
นิชิโนะ เป็นมิดฟิลด์ตัวหลักของทีม

21 กรกฎาคม 1978 เกมที่มาเลย์
เจอญี่ปุ่น นิชิโนะยิงประตูให้ทีมซามูไร นำไปก่อน 1-0
และนั่นก็เป็นประตูเดียวตลอดชีวิตการเล่นทีมชาติของเขาด้วย

แต่สุดท้ายนัดนั้น มาเลเซีย คัมแบ็กกลับมาได้ และเอาชนะไปขาดลอย 4-1 เกมนั้นถือเป็นนัดประวัติศาสตร์ในความทรงจำของคนมาเลเซีย


สื่อมาเลเซีย พยายามจะขุดประเด็นนี้ ถึงความแค้นของนิชิโนะ
ที่มีต่อความพ่ายแพ้ เมื่อ 41 ปีก่อน แต่เชื่อเถอะ ว่านิชิโนะ
คงไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลยสักนิดเดียว

ตรงกันข้าม สิ่งที่นิชิโนะ
จะโฟกัส มีแค่เรื่องในสนามมากกว่า ว่าทำอย่างไร
เราจะเอาชนะมาเลย์ไปได้แบบสมบูรณ์ที่สุด
ซึ่งผมคิดว่าเขาวางแผนทุกอย่างมาอย่างดีแล้ว


เมื่อวิเคราะห์จากข้อมูลทุกๆอย่าง เทียบตัวต่อตัวระหว่างผู้เล่นไทย
กับมาเลเซีย ก็ยังคงยืนยันว่า เกมนี้บรรยากาศอาจจะกดดัน แต่เอาจริงๆ
ไม่ยากขนาดนั้น

ผมคิดเหมือนที่สุภโชค สารชาติ
พูดเอาไว้ก่อนบินไปกัวลาลัมเปอร์ทุกประการ โดยสุภโชคบอกว่า
"เราไม่ได้ประมาทครับ แต่ผมคิดว่าสถิติมีไว้ทำลาย
และผมเชื่อว่าเราทำลายได้"

และขอหยิบประโยคเดิม มา Quote ซ้ำอีกที

"Respect the opponents, but don’t give them too much respect"

เคารพคู่แข่ง แต่อย่าไปเคารพจนเกินเหตุ มั่นใจในตัวเองหน่อย

ไทยจะชนะเก็บสามแต้มได้ที่บูกิต จาลิล จากนั้นเดินทางไปลุยเวียดนามที่ฮานอยด้วยความมั่นใจ ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆ

กฏหมายขายตรง "รู้ก่อน รอดก่อน"

กฏหมายขายตรง "รู้ก่อน รอดก่อน"

พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ใหม่) พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา และจะมีผลใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด ๑๒๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือพอมีเวลาเตรียมตัว หรือเตรียมความพร้อม รองรับกฎหมายขายตรงและตลาดแบบตรง (ใหม่) นี้ ราววันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๐    

            พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการขายตรงและตลาดแบบตรง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

            มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๖๐”

            มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

            มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “ตลาดแบบตรง” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

            “ตลาดแบบตรง” หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูล เพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภค ซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทาง และมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละราย ตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น ส่วนการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง”

            มาตรา ๔ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า “ห้างหุ้นส่วน” และ “บริษัท” ระหว่างบทนิยามคำว่า “ตัวแทนขายตรง” และ “ซื้อ” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕

            “ห้างหุ้นส่วน” หมายความว่า ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจํากัดตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ์

 “บริษัท” หมายความว่า บริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือบริษัทมหาชน จำกัด ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด”

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๙ ประธานกรรมการและกรรมการต้องไม่ดำรงตำแหน่ง หรือเป็นหุ้นส่วนหรือ เป็นผู้ถือหุ้นเกินจำนวนร้อยละสิบของจำนวนหุ้นทั้งหมดในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจขายตรง หรือตลาดแบบตรงในระยะหนึ่งปีก่อนดำรงตำแหน่งหรือระหว่างดำรงตำแหน่งประธานกรรมการหรือกรรมการ”

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๐ ผู้ใดจะประกอบธุรกิจขายตรงต้องเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท และได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงตามพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๔/๑ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕

 “มาตรา ๒๔/๑ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้จำหน่ายอิสระต้องร่วมรับผิดต่อผู้บริโภค ในความชำรุดบกพร่องของสินค้าหรือบริการที่ผู้จำหน่ายอิสระขายให้แก่ผู้บริโภคหรือความเสียหาย ที่ผู้จำหน่ายอิสระนั้นได้ก่อขึ้นจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้จำหน่ายอิสระตามพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา ๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๖/๑ และมาตรา ๒๖/๒ ของส่วนที่ ๑ การประกอบธุรกิจขายตรง ในหมวด ๒ การประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงแห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕

 “มาตรา ๒๖/๑ ในกรณีที่มีการย้ายสำนักงาน ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงต้องแจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่มีการย้าย มาตรา ๒๖/๒ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงต้องส่งรายงานเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจต่อนายทะเบียน ตามแบบ หลักเกณฑ์ และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด”

มาตรา ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๙/๑ และมาตรา ๒๙/๒ ของส่วนที่ ๒ การประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ในหมวด ๒ การประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงแห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕

“มาตรา ๒๙/๑ ให้นำมาตรา ๒๖/๑ มาใช้บังคับแก่การประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยอนุโลม มาตรา ๒๙/๒ ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต้องส่งรายงานเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ต่อนายทะเบียนตามแบบ หลักเกณฑ์ และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด”

มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๐ ให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงมีหน้าที่จัดทำเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการ และให้ผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงมีหน้าที่ส่งมอบเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการนั้นแก่ผู้บริโภคพร้อมกับสินค้าหรือบริการ

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงมีหน้าที่จัดทำเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการ และส่งมอบให้แก่ผู้บริโภคพร้อมกับสินค้าหรือบริการ เอกสารการซื้อขายตามวรรคหนึ่งและวรรคสองต้องมีข้อความภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่าย โดยระบุชื่อผู้ซื้อ และผู้ขาย วันที่ซื้อขาย และวันที่ส่งมอบสินค้าหรือบริการ รวมทั้งสิทธิของผู้บริโภคในการเลิกสัญญา ซึ่งสิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวต้องกำหนดด้วยตัวอักษรที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป”

มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๒ การซื้อขายสินค้าหรือบริการใดที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง ผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๑ การซื้อขายสินค้าหรือบริการนั้นไม่มีผลผูกพันผู้บริโภค”

มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและ ตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 “มาตรา ๓๘ ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือบุคคลใดประสงค์จะประกอบธุรกิจขายตรงหรือ ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด”

มาตรา ๑๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๘/๑ มาตรา ๓๘/๒ มาตรา ๓๘/๓ มาตรา ๓๘/๔ มาตรา ๓๘/๕ มาตรา ๓๘/๖ และมาตรา ๓๘/๗ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและ ตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕

“มาตรา ๓๘/๑ ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงต้องไม่เคยถูกเพิกถอน ทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นห้างหุ้นส่วนที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท หรือเป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท

(๒) มีหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๘/๒

            มาตรา ๓๘/๒ ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบใน การดำเนินงานของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

            (๑)เป็นบุคคลล้มละลาย

(๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

 (๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

 (๔) เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทอื่นที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง

(๕) เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน

            มาตรา ๓๘/๓ ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๘/๒

            มาตรา ๓๘/๔ ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงซึ่งเป็นนิติบุคคลต้องไม่เคย ถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน และต้องมีหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๘/๒

            มาตรา ๓๘/๕ ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงต้องวาง หลักประกันต่อนายทะเบียนเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดวงเงินและรายละเอียดให้แตกต่างกันโดยคำนึงถึงขนาดหรือประเภทของการประกอบธุรกิจก็ได้ และให้มีการทบทวนวงเงินของหลักประกันทุกสามปี หลักประกันตามมาตรานี้ ได้แก่ เงินสด หนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

             มาตรา ๓๘/๖ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง วางหลักประกันตามมาตรา ๓๘/๕ เป็นเงินสดไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้นายทะเบียนเป็นผู้รับผิดชอบ ในการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์แยกเป็นแต่ละบัญชี เพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงแต่ละราย รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ดอกผลที่เกิดจากเงินฝากตามวรรคหนึ่ง ให้ตกเป็นของผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจ ตลาดแบบตรงที่วางหลักประกันนั้น

            มาตรา ๓๘/๗ หลักประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงวางไว้ ตามมาตรา ๓๘/๕ หรือมาตรา ๔๑/๓ วรรคสี่ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ในกรณีที่มีการโอนกิจการหรือเลิกประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจ ตลาดแบบตรงจะขอรับคืนหลักประกันที่วางไว้พร้อมทั้งดอกผลได้ ก็ต่อเมื่อได้แสดงหลักฐานว่าได้ชำระหนี้ ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแล้ว ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงไม่มารับหลักประกันและดอกผลคืนภายในห้าปีนับแต่วันที่โอนกิจการหรือวันที่เลิกประกอบธุรกิจ ให้หลักประกันและดอกผลนั้น ตกเป็นของแผ่นดิน”

            มาตรา ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

            “มาตรา ๔๑ เมื่อได้รับคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ให้นายทะเบียนพิจารณาและตรวจสอบในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑) แผนการจ่ายผลตอบแทนต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน

 (๒) สินค้าหรือบริการมีลักษณะตรงตามที่ได้มีการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขาย

(๓) สัญญามีรายการถูกต้องและครบถ้วนตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่า การยื่นคำขอนั้นถูกต้องตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๙ และผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะตองห้ามตามมาตรา ๓๘/๑ มาตรา ๓๘/๓ หรือมาตรา ๓๘/๔ แล้ว ให้นายทะเบียนแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอนำหลักประกันมาวางต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง

เมื่อผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนวางหลักประกันตามมาตรา ๓๘/๕ ครบถ้วนแล้ว ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนทราบ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหลักประกันนั้น”

มาตรา ๑๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๔๑/๑ มาตรา ๔๑/๒ มาตรา ๔๑/๓ มาตรา ๔๑/๔ มาตรา ๔๑/๕ มาตรา ๔๑/๖ และมาตรา ๔๑/๗ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและ ตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕

“มาตรา ๔๑/๑ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่า การยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง หรือตลาดแบบตรงไม่ถูกต้องตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๓๙ ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในเวลาที่นายทะเบียนเห็นสมควร เมื่อผู้ยื่นคำขอได้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงถูกต้องและวางหลักประกันตามมาตรา ๓๘/๕ ครบถ้วนแล้ว ให้นายทะเบียน รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารดังกล่าว

            ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งที่ให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงภายในเวลาที่กำหนด ตามวรรคหนึ่ง หรือไม่วางหลักประกันให้ครบถ้วนตามมาตรา ๓๘/๕ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน การประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง และให้นายทะเบียนแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผล ให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นกำหนดเวลาให้ปฏิบัติตามคำสั่ง

มาตรา ๔๑/๒ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่า ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง หรือตลาดแบบตรงขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๘/๑ มาตรา ๓๘/๓ หรือมาตรา ๓๘/๔ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง และให้นายทะเบียน แจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดทะเบียน การประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง

มาตรา ๔๑/๓ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงซึ่งประสงค์จะโอนกิจการ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน การโอนกิจการตามวรรคหนึ่งต้องโอนให้แก่ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๘/๑ มาตรา ๓๘/๓ หรือมาตรา ๓๘/๔ และผู้รับโอนกิจการต้องรับโอนทั้งสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงที่มีต่อผู้บริโภค ให้นำมาตรา ๔๑/๔ วรรคสอง (๑) และวรรคสาม มาใช้บังคับแก่การโอนกิจการโดยอนุโลม เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบคำขอโอนกิจการและหลักประกันที่ผู้รับโอนกิจการต้องวางตาม มาตรา ๓๘/๕ แล้ว เห็นว่าถูกต้องและครบถ้วน ให้นายทะเบียนแก้ไขทะเบียนให้ผู้รับโอนกิจการ เป็นผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณี ต่อไป การขอโอนกิจการและการแก้ไขทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด

มาตรา ๔๑/๔ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงซึ่งประสงค์จะเลิก ประกอบธุรกิจ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค ในการขอเลิกประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจ ขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต้องปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้ให้แล้วเสร็จก่อนที่นายทะเบียน จะยกเลิกการจดทะเบียน

(๑) ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราว และส่งไปรษณีย์ตอบรับหรือ ส่งข้อมูลทางการสื่อสารอื่นใดให้ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าหรือบริการซึ่งยังอยู่ในระยะเวลาการรับประกันทราบถึง การเลิกประกอบธุรกิจเพื่อให้ใช้สิทธิตามพระราชบัญญัตินี้

(๒) ดำเนินการตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๖

(๓) จัดให้มีผู้รับผิดชอบในการซ่อมแซมหรือให้บริการอื่นใดเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่ยังอยู่ ในระยะเวลาการรับประกัน

            (๔) ปฏิบัติการอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศ กำหนด ห้ามผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงเสนอขายหรือโฆษณาสินค้า หรือบริการ หรือทำสัญญาซื้อขายสินค้าหรือบริการกับผู้บริโภคนับแต่วันยื่นคำขอเลิกประกอบธุรกิจ ตามวรรคหนึ่ง การเลิกประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงไม่เป็นเหตุให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวพ้นจาก ความรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้

            มาตรา ๔๑/๕ เมื่อมีผู้ร้องเรียนหรือปรากฏต่อนายทะเบียนว่าผู้บริโภคผู้ใดได้รับความเสียหาย จากเหตุ ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงไม่ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายสินค้า หรือบริการหรือตามพระราชบัญญัตินี้

(๒) ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงถูกเพิกถอนทะเบียนตามมาตรา ๔๒ ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบหาข้อเท็จจริงโดยเร็วและให้รับฟังคำชี้แจงของผู้ประกอบธุรกิจ ขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงซึ่งถูกกล่าวหาประกอบด้วย และเสนอคณะกรรมการพิจารณา วินิจฉัยต่อไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

            มาตรา ๔๑/๖ เมื่อปรากฏผลการพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา ๔๑/๕ ว่า ผู้บริโภคผู้ใดได้รับ ความเสียหายจากผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงรายใดและเป็นจำนวนเงินเท่าใด ให้นายทะเบียนจ่ายเงินจากหลักประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจ ตลาดแบบตรงรายนั้นวางไว้เพื่อชดเชยความเสียหายดังกล่าว

            มาตรา ๔๑/๗ ในกรณีหลักประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงวางไว้ไม่เพียงพอที่นายทะเบียนจะจ่ายเงินเพื่อชดเชยความเสียหายแก่ผู้บริโภคตามมาตรา ๔๑/๖ หรือลดลงเพราะได้มีการจ่ายเงินเพื่อชดเชยความเสียหายดังกล่าว ให้นายทะเบียนสั่งเป็นหนังสือให้ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงวางหลักประกันเพิ่มจนครบตามวงเงินที่กำหนดในกฎกระทรวงภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง”

 มาตรา ๑๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติขายตรง และตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๒ เมื่อปรากฏแก่นายทะเบียนว่าผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจ ตลาดแบบตรงผู้ใดมีพฤติการณ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามแผนการจ่ายผลตอบแทนตามที่ได้รับความเห็นชอบจาก นายทะเบียน

(๒) ไม่รับผิดร่วมกับผู้จำหน่ายอิสระต่อผู้บริโภคตามมาตรา ๒๔/๑

(๓) ไม่แจ้งย้ายสำนักงานต่อนายทะเบียนตามมาตรา ๒๖/๑ หรือมาตรา ๒๙/๑

(๔) ไม่รายงานเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจต่อนายทะเบียนตามมาตรา ๒๖/๒ หรือมาตรา ๒๙/๒

(๕) ไม่ใช้ข้อความในการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๘

 (๖) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๘/๑ มาตรา ๓๘/๓ หรือมาตรา ๓๘/๔

 (๗) ไม่วางหลักประกันเพิ่มให้ครบถ้วนภายในสามเดือนนับแต่วันครบกำหนดเวลาตามมาตรา ๔๑/๗

 (๘) หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๑/๓ หรือมาตรา ๕๒/๑ ในกรณีตาม (๒) (๓) หรือ (๔) ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือ ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงแก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องภายในเวลาที่นายทะเบียนเห็นสมควร เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงยังไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณี

ในกรณีตาม (๑) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนทะเบียนการประกอบ ธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงเป็นนิติบุคคลเดียวกัน ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนทั้งทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงแล้ว ให้แจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงทราบ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว

 มาตรา ๔๓ ในกรณีที่ผู้ได้รับคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๔๑/๑ วรรคสอง มาตรา ๔๑/๒ มาตรา ๔๑/๗ หรือมาตรา ๔๒ ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว ให้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อ คณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด”

            มาตรา ๑๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

            “มาตรา ๔๕ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการ ตามมาตรา ๕ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคำสั่งของคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๖ หรือคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๔๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

            มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๗ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินสองหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่”

มาตรา ๑๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ”

มาตรา ๒๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๓๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท”

 มาตรา ๒๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๕๑/๑ มาตรา ๕๑/๒ และมาตรา ๕๑/๓ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕

“มาตรา ๕๑/๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๕๑/๒ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงผู้ใดไม่จัดทำเอกสาร การซื้อขายสินค้าหรือบริการ หรือผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ผู้ใดไม่ส่งมอบเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการ หรือส่งมอบเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่เป็นไปตามมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท มาตรา

๕๑/๓ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงผู้ใดจัดทำเอกสาร การซื้อขายสินค้าหรือบริการที่มีข้อความอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน ห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

            มาตรา ๒๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๕๒/๑ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและ ตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕

             “มาตรา ๕๒/๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๑/๓ หรือมาตรา ๔๑/๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินห้าพันบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่”

 มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๔ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น เกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการ หรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย”

 มาตรา ๒๔ ให้ผู้ซึ่งจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับที่มิใช่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทประกอบธุรกิจขายตรงต่อไปได้ แต่จะต้องดำเนินการจดทะเบียน เป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท และจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงตามพระราชบัญญัตินี้ ภายใน หนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๒๕ ให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดำเนินการให้มีทุนจดทะเบียนตามมาตรา ๓๘/๑ แห่งพระราชบัญญัติขายตรง และตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 มาตรา ๒๖ ให้ผู้ที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดำเนินการวางหลักประกันภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา ๓๘/๕ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 มาตรา ๒๗ ในกรณีที่ผู้ซึ่งจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไม่ดำเนินการตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้นถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจ ขายตรงหรือตลาดแบบตรง ในกรณีที่ผู้ซึ่งจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงตามวรรคหนึ่ง เป็นบุคคล หรือนิติบุคคลเดียวกัน ให้ถือว่าบุคคลหรือนิติบุคคลนั้นถูกเพิกถอนทั้งทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง และตลาดแบบตรง

มาตรา ๒๘ บรรดาคำขอจดทะเบียนใด ๆ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียน ให้นายทะเบียนพิจารณาคำขอจดทะเบียนดังกล่าว ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่การขอจดทะเบียนหรือการพิจารณารับจดทะเบียนดังกล่าวมีข้อแตกต่างไปจากการขอ จดทะเบียนหรือการพิจารณารับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ขอ จดทะเบียนแก้ไขหรือปฏิบัติตามให้ถูกต้องภายในสามสิบวัน ถ้าผู้ขอจดทะเบียนไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คำขอจดทะเบียนนั้นเป็นอันตกไป

มาตรา ๒๙ ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การดำเนินการออกกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผล ที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ

            มาตรา ๓๐ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

............................................................................................................................


            หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ บางประการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงให้มีความชัดเจน และเหมาะสมยิ่งขึ้น อันจะเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคมิให้ต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ และเพื่อให้มีหลักประกันว่าผู้บริโภคจะได้รับความคุ้มครอง หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายอันเกิดจากการที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้            คุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง ซึ่งต้องเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด และหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงในการวาง หลักประกันตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งการแจ้งให้นายทะเบียนทราบเมื่อมีการย้ายสำนักงาน ต้องส่งรายงานเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจต่อนายทะเบียน และการจัดทำเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการ และกำหนด หลักเกณฑ์การโอนกิจการและการเลิกประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ตลอดจนกำหนดเหตุเพิกถอน ทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงให้ชัดเจน และปรับปรุงบทกำหนดโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

......................................................................................................................



ธุรกิจขายตรงมาแรงแห่งปี 2019